กระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น2 นวัตกรรมกระถางต้นไม้หายใจได้

ปรียชยา คล้ายทวน

“ดินจะเป็นตัวที่ดึงน้ำขึ้นมาจากที่เก็บน้ำ

เมื่อดินด้านบนแห้ง รากก็จะดูดความชื้นจาก

น้ำใต้ดินซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และในดิน

ตามธรรมชาติ จะมีอากาศอยู่ในดินอยู่แล้ว

และรากต้นไม้เองก็ต้องการออกซิเจนเช่น

กัน”

อาจารย์นภพล รัตนสุนทร

กับนวัตกรรมกระถางแก้มลิงกระถางเคลือบดินเผา

สำหรับคนที่ชอบต้นไม้และรักในการปลูกต้นไม้หากต้องการจะปลูกต้นไม้สักต้น ถ้าที่มีเนื้อที่และมีเวลาดูแลคงเป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงมากนัก แต่สำหรับคนที่มีเนื้อที่ไม่มาก มีที่แค่พื้นที่บริเวณบ้านเล็กๆ อยู่ทาวน์เฮาส์หรือคอนโดมิเนียม และไม่มีเวลารดน้ำหรือดูแลต้นไม้มากนัก หากคิดจะปลูกต้นไม้สักต้นคงต้องคิดหนักหน่อย ถ้าไม่อยากรู้สึกห่อเหี่ยวเวลาที่เห็นต้นไม้สุดรักเหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด

นวัตกรรมการปลูกต้นไม้แบบประหยัดเนื้อที่ใช้สอย หรือปลูกแบบประหยัดน้ำที่ผ่านมาก็มีให้เห็นไม่น้อย แต่หลักๆ แล้วส่วนให­่จะเน้นไปที่การนำสิ่งวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ทำเป็นกระถาง และออกแบบการให้น้ำพืชแบบประหยัด โดยทั้งสองส่วนนี้จะทำงานแยกกัน คือเป็นตัวกระถาง และแยกระบบการให้น้ำออกมาต่างหาก อาจารย์นภพล รัตนสุนทร อาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษาจากวิทยาลัย  เทคนิคนครนายกจึงได้คิดค้นนวัตกรรมการปลูกต้นไม้แนวใหม่ที่อิงธรรมชาติ แบบ 2in1 ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ และออกแบบกระถางต้นไม้ประหยัดน้ำได้ในใบเดียวกัน ที่มีชื่อว่า กระถางแก้มลิง ที่ทำออกมาถึงเวอร์ชั่น2 แล้ว

กระถางหายใจได้ สร้างโพลงอากาศหมุนเวียนใต้กระถาง

จากการสังเกตการเจริ¬เติบโตของต้นไม้ตามธรรมชาติของของอาจารย์นภพล ต้นไม้จะเจริญเติบโตได้ด้วยองค์ประกอบของดิน น้ำ และอากาศ ทำให้เกิดความคิดที่จะทำกระถางปลูกต้นไม้ประหยัดน้ำ ไม่ต้องรดน้ำบ่อยแต่ต้นไม้ก็เจริ¬เติบโตได้ อีกทั้งยังต้องการส่งเสริมให้คนที่มีพื้นที่น้อยปลูกต้นไม้กันมากขึ้น และที่สำคั¬ไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำทุกวัน
“ในพื้นดินตามธรรมชาติ หากเราขุดดินลงไปสัก 1 ศอกก็จะเจอน้ำแล้ว ผมจึงคิดว่าเราสามารถทำที่เก็บน้ำไว้ให้ต้นไม้ด้านใต้ของกระถางแล้วก็ใส่ดินปลูกลงไป ตอนที่ทดลองทำครั้งแรกปรากฏว่ามันไม่เหมือนธรรมชาติ เพราะว่าโพรงที่ทำไว้ใส่น้ำนั้นมีแต่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ในธรรมชาติมีดินผสมอยู่ด้วย จึงได้มาคิดอีกทีว่าแก้มลิงที่อยู่ด้านล่างของกระถางที่ได้ออกแบบเป็นที่สำหรับเก็บน้ำนั้นค่อยๆ ซึมมาได้อย่างไร จึงลองเอาหินใส่ลงไป พอเอาหินใส่ลงไปและใส่ดินปลูก เมื่อรดน้ำดินก็จะไปแทรกอยู่ในชั้นหิน ดินจะเป็นตัวที่ดึงน้ำขึ้นมาจากที่เก็บน้ำ เมื่อดินด้านบนแห้ง รากก็จะดูดความชื้นจากน้ำใต้ดินซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ และในดินตามธรรมชาติจะมีอากาศอยู่ในดินอยู่แล้ว เนื่องจากในดินมีจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนและจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการออกซิเจน ถ้ามีออกซิเจนจุลินทรีย์จะเจริ¬เติบโตได้ดีกว่า และรากต้นไม้เองก็ต้องการออกซิเจนเช่นกัน ดังนั้นหากเราสร้างโพรงอากาศด้วยการเจาะรูกระถางให้อากาศผ่านเข้าและออกกระถางได้ ในกระถางก็มีการไหลเวียนถ่ายเทอากาศ ก็จะเป็นผลดีทั้งต้นไม้และจุลินทรีย์ในดิน” อาจารย์นภพล กล่าวพร้อมทั้งอธิบายแนวคิดของกระถางแก้มลิง

ขั้นตอนการทำ

1.นำถังขนาด 20 ลิตร มาทำการวัดขนาดความสูงจากก้นกระถางขึ้นมา 10 เซนติเมตรและกว้าง 15เซนติเมตร
2.ใช้สว่านเจาะรูที่ได้วัดไว้ เจาะรูหัวท้ายเพื่อป้องกันการเลื่อยเกิน
3.นำน้ำมาใส่ให้พอดีรอยที่ทำการเลื่อยไว้ แล้วนำโบเวอร์เป่าลมร้อนมาเป่ารูที่ทำการเลื่อย
4.แล้วค่อยนำแบบสแตนเลสดัดเข้าไปให้เป็นรู จากนั้นนำน้ำมาหล่อเย็นเพื่อให้รูกระถางคงรูปอยู่ได้

พัฒนาจากเวอร์ชั่นเก่า เพิ่มการระบาย

อากาศใต้รากมากขึ้น

กระถางแก้มลิงเป็นการประยุกต์นำความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวกับน้ำบาดาล ทฤษฎีแก้มลิง หินชนิดต่างๆ และการปลูกไม้ในกระถาง โดยกระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น 2 นี้ เป็นผลงานของนักศึกษาอาชีวะของวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ที่ประกอบไปด้วยนักศึกษาระดับ ปวส. คือ นายอำนาจ ราชวงษ์ และนักศึกษาระดับ ปวช. คือ นายพัฒวุฒิ คะนึงเหตุ นายเทพประทานพร อ่อนจ้อย นายนัททวัฒน์ แฝงเชียงเหียน นายณัฐพงษ์ พูลศรี นายจิรภัทร แสงณรงค์ไชย นายวรวุฒิ แจ่มศรี และนายพรเทพ บุตรพรหม
ซึ่งกระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น 2 นี้ดัดแปลงมาจากเวอร์ชั่นแรกที่ต้องใช้ท่อพีวีซีเสียบลงในดินเพื่อให้

อากาศเข้าไป แต่เนื่องจากกระถางแก้มลิงเวอร์ชั่นแรกรูที่เจาะด้านข้างนั้นเล็กไป ในเวอร์ชั่น 2 นี้จึงเจาะรูข้างกระถางให้ให¬่ขึ้น และสร้างโพรงอากาศภายในกระถางด้วยการใช้กระถางพลาสติกใบเล็กที่เจาะรู และสูงกว่ารูด้านข้างของกระถางใบให¬่ จากนั้นคว่ำกระถางพลาสติกใบเล็กลงไปในกระถางใบให¬่อีกทีหนึ่ง เทคนิคนี้อากาศก็จะผ่านเข้าจากรูระบายน้ำได้

ต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผลิตเป็นกระถางดินเผาแก้มลิงพร้อมใช้

น้องๆ อธิบายให้ฟังว่ากระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น 2 นี้ จะมีช่องสำหรับเก็บกักน้ำไว้ให้ต้นไม้ทางด้านล่างของกระถาง และเจาะช่องด้านข้างกระถางเป็นช่องสูงจากพื้นประมาณ 10 ซ.ม. หากปริมาณน้ำในกระถางมีมากเกินไปน้ำจะไหลออกทางรูระบายน้ำ ทำให้น้ำไม่ท่วมต้นไม้ และใส่หินภูเขาไฟ หรือหินก่อสร้างขนาดไม่ให¬่มาก หินจะทำให้รากต้นไม้ชอนไชได้ดี และยังช่วยดูดซึมน้ำให้ดินด้านบนเมื่อดินแห้ง และใส่ดินปลูกลงไปเล็กน้อย ดังนั้นเมื่อเติมน้ำในกระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น 2 แล้วต้นไม้จะอยู่ได้อย่างต่ำ 2 สัปดาห์โดยไม่ต้องรดน้ำ ผู้ที่ชอบปลูกต้นไม้แต่ไม่มีเวลาในการดูแลสามารถปลูกต้นไม้ที่ชอบได้ในกระถางแก้มลิง เวอร์ชั่น 2 ซึ่งจะประหยัดเวลาในการดูแลและรดน้ำต้นไม้รวมทั้งประหยัดปุ๋ยในการบำรุงต้นไม้ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังต่อยอดเชิงพาณิชย์ด้วยกระถางแก้มลิงสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน ที่ผลิตด้วยดินเคลือบสั่งทำพิเศษจาก จ.ราชบุรีหลายขนาด เพื่อรองรับการปลูกต้นไม้ ไม้ผล และไม้ประดับอีกด้วย

เหมาะกับปลูกไม้ผลทรงพุ่มไม้ใหญ่แต่งกิ่งได้

กระถางแก้มลิงเวอร์ชั่น 2 นี้สามารถปลูกได้กับไม้ผลที่ทรงพุ่มไม่ใหญ่มาก ออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และสามารถตัดแต่งกิ่งได้ จากการทดลองปลูกมะนาวแล้ว อาจารย์นภพลยังปลูกต้นมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ ซึ่งออกผลผลิตทั้งปี ซึ่งอาจารย์บอกว่าหากจะปลูกสายพันธุ์อื่นได้ผลผลิตปีละ 10 ลูกก็ไม่คุ้มค่าที่ที่ควรนัก นอกจากนั้นยังสามารถปลูกต้นพุทรา หากตัดแต่งกินก็จะออกผลผลิตทั้งปีเช่นกัน ปลูกต้นฝรั่ง ต้นพริก ต้นไม้ที่ออกลูกตามลำต้น เช่น มะเฟือง และไม้ประดับได้ทุกชนิด
“ในกระถางที่เราปลูกต้นไม้นั้นเนื้อที่อาจจะเล็กกว่าพื้นดิน เรื่องการใช้ปุ๋ยจึงสำคั¬มาก เราจะใช้ปุ๋ยคอกใส่ลงไป และในส่วนที่เราจะใช้เพิ่มนั้นก็จะใช้ปุ๋ยเคมีบ้างในปริมาณที่ไม่มาก ผมทดลองปลูกมะนาวในกระถางประมาณ 3 ปี ดึงต้นขึ้นมามีแต่ราก ดินแทบไม่มีเลย แต่ต้นมะนาวก็เติบโตได้ เพราะเรามีอาหารให้เขากิน เราไม่ต้องคำนึงว่ามีดินหรือไม่มีดิน เพียงแต่ว่าเรามีอาหาร มีปุ๋ยให้ก็เพียงพอแล้ว” อาจารย์นภพลกว่าว
หากเข้าใจธรรมชาติและหลักการที่สัมพันธ์ต่อการเจริ¬เติบโตของพืชแล้วก็สามารถประยุกต์นำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ อย่างเช่นถังสีพลาสติกเหลือใช้ต่างๆ มาทำเป็น กระถางได้ ช่วยลดขยะได้อีกทางหนึ่ง และหากต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารก็สามารถเลือกปลูกต้นมะนาว หรือพริก ไว้เป็นอาหาร และที่สำคั¬ไม่ต้องกังวลเรื่องการรดน้ำอีกต่อไป เพราะจากการทดลองปลูกพืชด้วยกระถางแก้มลิงเวอร์ชั่น 2 นี้ รดน้ำเพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ถึง 19 วัน หากไม่อยู่บ้านหลายวัน ให้รดน้ำจนระดับน้ำถึงช่องระบายอากาศข้างกระถาง ต้นไม้จะสามารถอยู่ได้นานมากกว่า 2 สัปดาห์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อาจารย์นภพล รัตนสุนทร” โทร.08-6099-7755 คลีนิกเทคโนโลยี วิทยาลัยเทคนิคนครนายก 116 หมู่ 1 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก หรือ E-mail : nayok_c@hotmail.com

การบังคับมะนาวในกระถางแก้มลิงให้ผลออกนอกฤดู

วิธีใช้กระถางแก้มลิง

1.นำกระถางขนาด 20 ลิตรมา แล้วนำกระถางใบเล็กที่สูงกว่ารูด้านข้างของกระถาง 20 ลิตร มาคว่ำลงในกระถางแก้มลิงป็นไส้กระถาง

2.นำขวดพลาสติกมาตัดครึ่งแล้วนำมาครอบด้านในกระถางแก้มลิงที่เป็นช่องระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษดินมาปิดรูระบายน้ำ

3.จากนั้นนำหินภูเขาไฟมาใส่ในกระถางแก้มลิงให้กลบกระถางใบเล็ก แล้วนำดินที่ทำการผสมไว้มารองพื้น

4.น้ำต้นไม้มาปลูกและใส่ดินให้เต็มกระถาง แล้วทำการรดน้ำให้ชุ่มจนกว่าน้ำจะไหลออกมาทางช่องระบายน้ำ

การบังคับมะนาวในกระถางแก้มลิงให้ออกผลนอกฤดู

การบังคับมะนาวในกระถางแก้มลิงให้ออกผลนอกฤดูนั้น จะให้เทคนิคง่ายๆโดยใช้หลักการดังนี้ หากมะนาวขาดน้ำจะสลัดใบร่วงเพื่อลดการคายน้ำ จนเมื่อกลับให้น้ำใหม่ ก็จะรีบผลิดอกออกผล ด้วยเหตุนี้เองถ้าต้องการให้มะนาวออกดอกเราก็จะใช้สายยางมาดูดน้ำก้นกระถางจากท่อที่เราโผล่ปากไว้ให้หมด แล้วนำถุงพลาสติกมาคลุม รอประมาณ 5-7 วัน ใบจะเหี่ยวร่วงไป จากนั้นจะปล่อยน้ำเข้าทางท่อเดิม พร้อมให้ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ที่เน้นธาตุอาหาร P และ N สูง เมื่อติดดอกติดผลก็เพิ่มปุ๋ย K เข้าไปเพื่อบำรุงลูก หรืออาจใช้ปุ๋ยทั่วไป สูตรเสมอ 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำ ซึ่งสามารถควบคุมได้ดี และประหยัดปุ๋ยมากกว่าใส่ลงในดิน หรืออาจใส่ปุ๋ยคอกจากมูลวัว มูลไก่ มูลหมู ที่มีขายตามท้องตลาดลงในดินด้วย เพื่อให้ได้ผลผลิตสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งให้สั้นแค่ขนาดทรงพุ่มประมาณ 1 เมตร เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มียอดอ่อนให้ติดดอก

 

 

 

 

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02 2795118

วิธีการชำระเงิน
* โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ หจก.กรีนมีเดีย แอนด์ โปรดักส์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประดิพัทธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 113-4-48401-1
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน)

* ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน (สั่งจ่ายในนาม นายคมสัน หุตะแพทย์ จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์สนามเป้า 10406) (ไม่รับแบบออนไลน์)

* เช็ค สั่งจ่าย นายคมสัน หุตะแพทย์ (เช็คต่างจังหวัดเพิ่มค่าโอน 10 บาท)

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook6Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0Print this pageEmail this to someone