การติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าในบ้านเรือน

คมสัน หุตะแพทย์

     แผงโซลาร์เซลล์ที่ซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายจะถูกประกอบมาเรียบร้อยพร้อมใช้งาน มักจะอยู่ในกรอบอะลูมีเนียม มีสายไฟสองเส้นต่อออกมาจากขั้วไฟของแผง สายหนึ่งเป็นขั้วบวก อีกสายหนึ่งเป็นขั้วลบ แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้ากระแสตรงทันทีเมื่อนำไปติดตั้งไว้กลางแดด การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านด้วยชุดติดตั้งบนหลังคา หรือบนโครงเหล็กตั้งอยู่บนดาดฟ้าหรือบนพื้น ควรยึดติดกับโครงอย่างแน่นหนาแข็งแรง โดยติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เอียงทำมุมกับพื้นระนาบ 15 องศา(สำหรับประเทศไทย) และให้แผ่นโซลาร์เซลล์หันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะทำให้โซลาร์เซลล์ได้รับแสงแดดเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด ที่สำคัญแผงโซลาร์เซลล์ควรตั้งอยู่ในที่โล่ง ไม่ถูกบดบังจากเงาของต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างใดๆ เมื่อแผงโซลาร์เซลล์ถูกแสงแดด แผงก็จะเริ่มผลิตไฟฟ้าทันที จะผลิตได้มากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณและความเข้มของแสง การนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบ

ระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือน

    ระบบไฟฟ้าที่ผลิตด้วยโซลาร์เซลล์สามารถทำได้ 3 ระบบ คือ 1. ระบบพึ่งตนเอง หรือ ระบบไม่ต่อเชื่อมกับสายส่ง (Stand Alone System) 2.ระบบต่อเชื่อมกับสายส่ง (Grid – connected System) 3.ระบบต่อเชื่อมกับสายส่งที่มีแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานสำรอง (Grid-connected & Battery Back up) การจะเลือกระบบใดใน 3 ระบบนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ และมีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกันไป

1.ระบบพึ่งตนเอง หรือ ระบบไม่ต่อเชื่อมกับสายส่ง (Stand Alone System)

ระบบนี้เป็นสำหรับบ้านเรือนที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองจากโซลาร์เซลล์ทั้งหมด โดยไม่มีการต่อเชื่อมกับสายส่งของการไฟฟ้า เหมาะสำหรับบ้านเรือนหรือชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากสายส่ง หรือสำหรับผู้ที่ต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่ไม่ต้องการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าจากส่วนกลาง ระบบนี้จึงต้องมีองค์ประกอบของอุปกรณ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตั้งแต่ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ ตัวควบคุมการชาร์ต (Charge Controller) และ ตัวแปลงไฟ ( Stand Alone Inverter) ข้อดีก็คือถ้ามีการวางระบบที่สมบูรณ์ก็จะทำให้มีความมั่นคงทางไฟฟ้า ที่ไม่ต้องพึ่งพิงไฟฟ้าจากระบบสายส่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับระบบไฟฟ้าจากส่วนกลาง ก็ยังมีไฟฟ้าใช้ ข้อด้อยก็คือต้นทุนสูง เนื่องจากต้องมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งสำรองไฟฟ้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20-25 % ของระบบ และแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้น อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแบเตอรี่ใหม่ทุกๆ 5-6 ปี จึงต้องการการดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษาให้ระบบทำงานและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

2.ระบบต่อเชื่อมกับสายส่ง (Grid-connected หรือ Grid-tied System)

     เป็นระบบที่ต่อเชื่อมโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในบ้านเรือนเข้ากับระบบสายส่งของการไฟฟ้า โดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่สำหรับเก็บสำรองไฟฟ้าของตนเอง ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสตรงจะถูกแปลงไฟด้วยตัวแปลงไฟ (Grid-connected Inverter) ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับที่มีแรงดันไฟฟ้า และความถี่ที่ตรงกับไฟฟ้าของสายส่ง นั่นคือ 220-230 โวลท์ ความถี่ 50 Hz ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งเข้ากับระบบสายส่งของการไฟฟ้า ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ

     แบบแรกเป็นแบบที่กำลังดำเนินการอยู่ในโครงการ Solar Roof Top คือ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนจะถูกส่งเข้ากับระบบสายส่งของการไฟฟ้าผ่านมิเตอร์ขายไฟ เป็นการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าในราคาที่การไฟฟ้ากำหนดตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละช่วงเวลา ปัจจุบันมีราคารับซื้ออยู่ที่ 6.85 บาทต่อ 1 ยูนิต ( 1 กิโลวัตต์-ชม.) ซึ่งสูงกว่าราคาค่าไฟที่เราจ่ายให้กับการไฟฟ้าที่ 4.75 บาท ต่อ 1 ยูนิต เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าเสมือนเป็นโรงไฟฟ้าย่อยๆ ในขณะที่เวลาเราใช้ไฟฟ้า เราก็ใช้ไฟจากสายส่งผ่านมิเตอร์ซื้อตามปกติ

     อีกแบบหนึ่ง ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายออกมาและยังไม่มีกฎระเบียบรองรับ (ต้องรอดูว่าการปฏิรูปพลังงานให้มีการเปิดเสรีในการใช้โซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าตามบ้านเรือนจะเป็นจริงหรือไม่) ระบบไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนจะถูกต่อเชื่อมเข้ากับสายส่งผ่านมิเตอร์ไฟในปัจจุบัน ไฟฟ้าที่ผลิตได้ด้วยโซลาร์เซลล์จะถูกใช้ภายในบ้านเรือนก่อน หากมีเหลือจึงจะส่งไปให้สายส่ง หากไม่พอก็จะดึงไฟจากสายส่งมาใช้ ถึงสิ้นเดือนก็จะนำมาหักลบกลบหนี้กัน ถ้าเราผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าไฟฟ้าที่เราใช้ในแต่ละเดือน เราก็ต้องจ่ายเงินให้กับการไฟฟ้า แต่ถ้าเราผลิตไฟฟ้าได้มาก นอกจากจะไม่ต้องจ่ายเงินให้กับการไฟฟ้าแล้ว เรายังได้เงินจากการไฟฟ้าอีกด้วย ปัจจุบันเข้าใจว่ามีคนติดตั้งระบบนี้ในบ้านเรือนเพื่อช่วยลดค่าไฟกันบ้างแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนออกมาบังคับใช้ก็ตาม

3.ระบบต่อเชื่อมกับสายส่ง ที่มีแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานสำรอง (Grid-connected & Battery Back UP)

     ระบบนี้เป็นระบบที่เหมือนกับระบบต่อเชื่อมกับสายส่ง แตกต่างกันที่มีแบตเตอรี่สำหรับเป็นแหล่งสำรองไฟฟ้าเข้ามาในระบบด้วย ข้อดีก็คือ เป็นระบบที่มีความมั่นคง แม้เกิดปัญหาขึ้นกับโรงไฟฟ้าที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าส่งมาทางสายส่งถึงบ้านเราได้ เราก็ยังมีไฟฟ้าใช้ โดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ที่สำรองไฟไว้ ข้ออ่อนก็คือ ต้องลงทุนค่าแบตเตอรี่ มากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่เราต้องการสำรอง ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องมากเท่ากับระบบ Stand Alone นอกจากนั้นต้องมีการใช้งานและบำรุงรักษาแบตเตอรี่ มิฉะนั้นแบตเตอรี่จะเสื่อมคุณภาพไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์

โครงการ Solar PV Rooftop

      โครงการ Solar PV Rooftop เป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระบบ Grid-connected System ในบ้านเรือน เป็นโครงการที่การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านอยู่อาศัย ที่เริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ประเภทบ้านอยู่อาศัย ในรูปแบบ Feed-in Tariff (แบบแยกมิเตอร์ขายไฟ) สาระสำคัญของโครงการนี้ก็คือ ให้ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยที่มีมิเตอร์ใช้ไฟอยู่แล้วในเขตพื้นที่ที่กำหนด ( กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ 20 จังหวัดในภาคเหนือ 20 จังหวัดในภาคอีสาน 16 จังหวัดในภาคกลาง และ 18 จังหวัดในภาคใต้ ) ยื่นขอเข้าร่วมโครงการได้ที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขนาดกำลังไฟฟ้าไม่เกินหลังละ 10 กิโลวัตต์ (10,000 วัตต์) โดยไม่ได้กำหนดกำลังไฟฟ้าขั้นต่ำในการติดตั้ง จะเป็น 1 หรือ 2 หรือ 3 กิโลวัตต์ก็ได้ หากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 10 กิโลวัตต์ จะต้องใช้พื้นที่ประมาณ 80 ตารางเมตร ตามโครงการมีเป้าหมายของการรับซื้อให้ครบตามเป้าหมายของโครงการที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี พศ.2557 รวม 100 เมกกะวัตต์ ( 100,000,000 วัตต์) ( หากทุกบ้านที่เข้าร่วมโครงการขอติดตั้ง หลังละ 10 กิโลวัตต์ ก็จะมีคนเข้าร่วมโครงการนี้ได้ 10,000 หลังคาเรือน) โดยผู้ที่ยี่นขอเข้าร่วมโครงการอาจเป็นเจ้าของบ้านเอง หรือ ผู้ที่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของบ้าน หรือผู้มีสัญญาเช่าบ้านก็ได้ โครงการนี้จะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 โดยมีเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟจากบ้านที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในราคา 6.85 บาท ต่อ 1 ยูนิต สัญญาซื้อขายไฟมีระยะเวลา 25 ปี ในราคา 6.85 บาท ต่อ 1 ยูนิตตลอดอายุสัญญา

ทำอย่างไรจึงจะผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการได้

      การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าในบ้านเรือนในโครงการ Solar PV Rooftop  เป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระบบ Grid-connected System ซึ่งมี แผ่นโซลาร์เซลล์ และ ตัวแปลงไฟ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุด  การจะผ่านเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแผ่นโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์   ในข้อกำหนดคุณสมบัติของวัสดุ อุปกรณ์และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา ในโครงการ Solar PV Rooftop ระบุไว้ว่า

คุณสมบัติของแผงเซลล์แสงอาทิตย์

แผงชนิด crystalline ควรเป็นยี่ห้อ รุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 1843 หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 61215 แผงชนิด Thin Film ควรเป็นยี่ห้อ และรุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 2210 หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน IEC 61646 และควรมีสำเนาใบรับรอง (Certificate) ที่ออกให้โดยหน่วยงานรับรองมาตรฐาน

คุณสมบัติของอุปกรณ์แปลงไฟฟ้าชนิดต่อกับระบบจำหน่าย ( Grid- connected Inverter)

     ควรเป็นยี่ห้อ และรุ่นที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน IEC 61727 และมาตรฐาน IEC 62116 และควรมีสำเนาใบรับรอง (Certificate) ที่ออกโดยหน่วยงานรับรองมาตรฐาน มีคุณสมบัติเฉพาะทางไฟฟ้า เป็นไปตามระเบียบของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายว่าด้วยข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ.2551

     ดังนั้นบ้านที่จะเข้าร่วมโครงการหากเป็นบ้านที่มีแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว ก็คงต้องสำรวจดูว่าอุปกรณ์ของเรามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดนี้หรือไม่ สามารถหาเอกสารใบรองรองมาประกอบการยื่นคำร้องได้หรือไม่ ซึ่งปกติต้องขอได้จากผู้จำหน่าย แต่ถ้ายังไม่ได้ซื้ออุปกรณ์ เบื้องต้นก็สามารถดูรายชื่อผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ รุ่น และชื่อผู้ผลิตที่มีผลทดสอบเป็นไปตามข้อกำหนดของการไฟฟ้าที่ประกาศโดยการไฟฟ้า
นอกจากแผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์แล้ว ก็เป็นข้อกำหนดของอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Safety switch Circuit breaker สายไฟฟ้า ท่อร้อยสายไฟฟ้า กล่องรวมสาย การติดตั้งและอุปกรณ์ในการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญเมื่อติดตั้งระบบเสร็จ จะต้องมีวิศวกรตรวจสอบและลงนามรับรองการตรวจสอบด้วย สุดท้ายเมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว ก็เพียงเตรียมเงินบาท 10,000 เป็นค่ามิเตอร์ขายไฟ ซึ่งการไฟฟ้าจะมาติดตั้งให้ ก็เริ่มขายไฟให้กับการไฟฟ้าได้ทันที และรอรับเงินจากการไฟฟ้าได้เดือนละครั้ง

คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่

เงินที่ใช้ในการลงทุนสำหรับอุปกรณ์ทุกอย่างในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 บาท ต่อ 1 วัตต์ ดังนั้นหากเราติดตั้งแผงเต็มเพดานสูงสุด 10 กิโลวัตต์ หรือ 10,000 วัตต์ ก็ต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 800,000 บาท ถามว่าใช้เวลากี่ปีจึงจะคืนทุน ก็ต้องคำนวณดูจากค่าพลังงานไฟฟ้าที่เราผลิตได้ โดยคำนวณจากกำลังไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ 10,000 วัตต์ ผลิตไฟฟ้าในตอนกลางวันที่มีแดดประมาณ 4-5 ชั่วโมง คิดเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ 10,000 วัตต์ x 4.5 ชม. = 45,000 วัตต์-ชม.ต่อวัน หรือ 45 ยูนิต ต่อวัน การไฟฟ้าจ่ายให้ 6.85 บาท ต่อยูนิต คิดเป็นเงิน 308.25 บาทต่อวัน หรือ 9,247.5 บาทต่อเดือน ดังนั้น เงินที่ลงทุนไป 800,000 บาท จะใช้เวลาในการคืนทุน 800,000 บาท หาร 9,247.50 บาท = 86.5 เดือน หรือ 7.2 ปี ในขณะที่แผ่นโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานตามการรับประกันของผู้ผลิต 25 ปี และสัญญาของการไฟฟ้ารับซื้อไฟในราคา 6.85 บาท เป็นเวลา 25 ปี ดังนั้นในเวลาที่เหลือ 17.8 ปีจะได้เงินจากการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์เป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 17.8 ปี x 12 เดือน x 9,247.50 บาท = 1,975,266 บาท

นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับการนำเงิน 800,000 บาท ไปฝากธนาคาร ในระยะเวลา 25 ปี ซึ่งจะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าครึ่ง หรือในอนาคตหากค่าไฟฟ้าที่เราซื้อจากการไฟฟ้าแพงขึ้นกว่าที่เราขายให้การไฟฟ้า เรายังนำไฟที่เราผลิตได้กลับมาใช้ภายในบ้านของเราเองได้ โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้ยกเลิกสัญญาการขายไฟได้โดยไม่มีเงื่อนไข โครงการ Solar PV Rooftop จึงเป็นเสมือนโครงการนำร่องก่อนที่จะมีนโยบายเปิดเสรีผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ ในการสนับสนุนให้ประชาชนสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กประจำบ้านใช้เองในครัวเรือน หรือขายไฟให้แก่การไฟฟ้าเพื่อช่วยกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่สังคมโดยรวมไปโดยปริยาย และยังช่วยลดหรือชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง รวมทั้งเป็นโรงไฟฟ้าชนิดที่ยังคงสร้างความกังวลแก่ประชาชนและสังคมอย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือ โรงไฟฟ้าถ่านหิน

 

 

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02 2795118

วิธีการชำระเงิน
* โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ หจก.กรีนมีเดีย แอนด์ โปรดักส์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประดิพัทธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 113-4-48401-1
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน)

* ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน (สั่งจ่ายในนาม นายคมสัน หุตะแพทย์ จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์สนามเป้า 10406) (ไม่รับแบบออนไลน์)

* เช็ค สั่งจ่าย นายคมสัน หุตะแพทย์ (เช็คต่างจังหวัดเพิ่มค่าโอน 10 บาท)

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0Print this pageEmail this to someone