การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนไม่อบไอน้ำ ด้วยน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว

          การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนไม่อบไอน้ำ ด้วยน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว เป็นวิธีการเพาะเห็ดฟางที่ง่าย ให้ผลผลิตสูง
          โรงเรือนที่ใช้เพาะเห็ดฟาง เป็นโรงเรือนขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 2 เมตร ทำขึ้นจากโครงไม้ไผ่ หรือวัสดุอื่น ทำเป็นชั้น 3 ชั้น ความสูงระหว่างชั้นประมาณ 20 เซนติเมตร ชั้นบนสุดทำเป็นหลังคารูปจั่ว โรงเรือนสำหรับเพาะเห็ดฟางจะต้องคลุมด้วยพลาสติกดำ
          วัสดุที่ใช้เพาะสามารถใช้ได้หลายชนิด เช่น ทะลายปาล์ม เปลือกมันสำปะหลัง ก้อนเห็ดเก่า เป็นต้น วัสดุเพาะเห็ดฟางจะต้องนำมาหมักด้วยน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว
          น้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว มีคุณสมบัติเร่งการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ด ป้องกัน ควบคุมและกำจัดเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเห็ดได้กว้างขวาง เช่น ราเขียวเหลือง ราเขียวสด ราดำ ราขาวนวล ราสีส้ม ราเม็ดผักกาด ช่วยเพิ่มผลผลิตเห็ดให้สูงมากขึ้น เก็บได้ยาวนาน และเห็ดมีคุณภาพสูง ใช้ได้กับเห็ดทุกชนิด

วิธีการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนไม่อบไอน้ำ มีดังนี้

          1.นำวัสดุเพาะ เช่น ทะลายปาล์ม แช่ในน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาวในบ่อนาน 2 วัน
          2.จากนั้นนำทะลายปาล์มที่แช่น้ำจุลินทรีย์แล้ว ขึ้นวางบนชั้นของโรงเรือนเพาะเห็ด หนาประมาณ 1 ฝ่ามือ
          3.โรยเชื้อเห็ดฟาง 1 ก้อน ต่อ 1 ตารางเมตร แล้วปิดโรงเรือนด้วยพลาสติก
          4.รดน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว ทิ้งไว้ 4 วัน แล้วจึงเปิดพลาสติกนาน 2 ชั่วโมง เพื่อตัดเส้นใย แล้วฉีดพ่นน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว ปิดพลาสติกไว้เหมือนเดิม
          5.ตั้งแต่วันที่ 8 เห็ดฟางจะเริ่มออกดอก ให้เริ่มเก็บผลผลิตได้

ทะลายปาล์มแช่ในน้ำจุลินทรีย์มูลค้างคาว

นำทะลายปาล์มที่แช่น้ำจุลินทรีย์
วางบนชั้นของโรงเรือน

ปิดโรงเรือนด้วยพลาสติก

เปิดพลาสติกเพื่อตัดเส้นใย

เห็ดฟางเริ่มออกดอก

เก็บผลผลิต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ 

ฉ.5/2561 “เพาะเห็ดแบบมืออาชีพ ด้วยระบบควบคุมความชื้นและอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Pin on Pinterest
Pinterest
0Print this page
Print
Email this to someone
email