ปลูกผักออร์แกนิค บนแคร่ยกสูง ในโรงเรือนเปิด

“การปรับเปลี่ยนจากการปลูกผักเคมี
มาเป็นผักออร์แกนิค เราจะใช้วิธีค่อยๆ
ลดการใช้สารเคมีลงเรื่อยๆ
จนกระทั่งปัจจุบันเราไม่ได้ใช้สารเคมีอีกเลย ไม่ได้ใช้วิธีหักดิบเหมือนอย่างบางพื้นที่
เพื่อให้พืชที่ปลูก สิ่งแวดล้อมรอบข้าง
และตัวเกษตรกรเองค่อยๆ ปรับตัว
เราจึงมีการสอนลูกบ้านเพาะกล้า
ปรุงดิน หมักดิน รวมไปถึงเทคนิค
การปลูกผักออร์แกนิคทั้งหมดแบบครบวงจร”

คุณประสิทธิ์ โสภี ผู้ใหญ่บ้านบ้านเขาดิน

 

 
 

แหล่งปลูกผักออร์แกนิค ใหญ่ที่สุดในสระแก้ว

          บ้านเขาดินถือเป็นพื้นที่เพาะปลูกผักออร์แกนิคแหล่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดสระแก้ว โดยตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมอย่างการปลูกอ้อย และรายล้อมโดยภูเขาน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ที่ชวนทอดสายตามองอย่างเพลิดเพลินเมื่อถึงยังศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

          “ผมในฐานะผู้ใหญ่บ้านและแกนนำของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดินจึงพยายามเปลี่ยนแนวความคิดของลูกบ้านว่าสารเคมีที่เราใช้มันจะสะสมเข้าไปในร่างกายของเราเรื่อยๆ ซึ่งเราไม่สามารถเอาสิ่งเหล่านี้ออกจากร่างกายเราได้ ดังนั้นเราจึงควรหยุดสารเคมีที่กำลังเข้าสู่ร่างกายเราไว้แค่นี้ แล้วหันมาผลิตและบริโภคอาหารที่ปลอดภัยต่อชีวิตของเราด้วยการทำแบบออร์แกนิค”

          “โดยในปัจจุบันทางพื้นที่ของเรามีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกผักเคมีมาเป็นผักออร์แกนิคได้ประมาณ 5-6 ปี ซึ่งวิธีปรับเปลี่ยน เราจะใช้วิธีค่อยๆ ลดการใช้สารเคมีลงเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันเราไม่ได้ใช้สารเคมีอีกเลย ไม่ได้ใช้วิธีหักดิบเหมือนอย่างบางพื้นที่ เพื่อให้พืชที่ปลูก สิ่งแวดล้อมรอบข้างและตัวเกษตรกรเองค่อยๆ ปรับตัว จากนั้นเราจึงมีการสอนลูกบ้านเพาะกล้า ปรุงดิน หมักดิน รวมไปถึงเทคนิคการปลูกผักออร์แกนิคทั้งหมดแบบครบวงจร เนื่องจากผมจบทางด้านเกษตรมา ทำให้มีพื้นฐานทางด้านการเกษตรอยู่แล้ว”

 

         “ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคนเข้ามาศึกษาดูงานโดยตลอดทั้งหน่วยงานราชการ เกษตรกร ประชาชนทั่วไป โดยกิจกรรมที่เปิดให้เข้าเรียนรู้มีทั้งเรื่องการปลูกผักแบบออร์แกนิค การผสมปรับปรุงดิน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตน้ำหมักชีวภาพ การผลิตน้ำส้มควันไม้ เรื่องบัญชีครัวเรือน และเรื่องการบริหารจัดการฟาร์ม โดยมีคณะกรรมการที่คอยช่วยกันดูแลอยู่ประมาณ 10 กว่าคน”

ครูและนักเรียนเข้าร่วมศึกษาดูงานในฐานปลูกผักบนแคร่ของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

ฐานผลิตน้ำส้มควันไม้ของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

โรงผลิตปุ๋ยชีวภาพของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

โรงปั้นปุ๋ยของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

โรงเลี้ยงไส้เดือนของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

จุดเริ่มต้นปลูกผักใน กระถางบนแคร่ยกสูง

          โดยปกติการปลูกผักบนแคร่คือการน้ำดินมาใส่ในแคร่ปลูกเพื่อยกระดับความสูงของพื้นที่ปลูกให้ง่ายต่อการทำงานและการจัดการ แต่นอกจากการปลูกบนแคร่แล้ว คุณประสิทธิ์ยังได้ปรับประยุกต์การปลูกผักบนแคร่ โดยใช้วีธีปลูกลงในกระถางพลาสติกแล้วนำกระถางพลาสติกมาวางบนแคร่อีกที 

 
 

ความแตกต่างของผลผลิตระหว่างการปลูกพืชในแปลงกลางแจ้งกับปลูกยกแคร่ในโรงเรือน

          “จากการที่ผมเคยทดลองปลูกมา จำนวนผลผลิตที่ได้แทบไม่แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่มันแตกต่างกันก็คือ ถ้าเราปลูกในแคร่การดูแลรักษาง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหญ้า วัชพืช การพรวนดิน แต่ถ้าปลูกในแปลงดินกลางแจ้ง เวลาฝนตกลงมา หญ้าขึ้น ทำให้เราต้องเสียเวลามานั่งถอนหญ้าในแปลง และในตอนที่ปลูกผักบนแคร่ ก็ไม่ได้มีโรคหรือแมลง

          เน้นปลูกผักสลัดอย่าง บัตเตอร์เฮด (Butter Head) ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก (Frillice Iceberg) กรีนโอ๊ค (Green Oak) เรดโอ๊ค (Red Oak) เรดคอรัล (Red Coral) กรีนคอรัล (Green Coral) คอส (Cos) กรีน โอ๊คลีฟ (Green Oak leaf)  ปลูกผักจีนในปริมาณน้อย เนื่องจากผักจีนของเราสวยสู้ผักเคมีข้างนอกไม่ได้ อีกทั้งยังใช้พื้นที่ในการปลูกเท่ากับผักสลัดแต่ได้ราคาต่ำกว่า  เน้นปลูกพวกผักสลัดมากกว่า เพราะเราสามารถกำหนดราคาเองได้สำหรับผักจีนที่ปลูกจะเป็นพวกกุยช่าย ตั้งโอ๋ เป็นต้น

          นอกจากผักสลัดกับผักจีนยังมีผักพื้นบ้านอย่างตำลึง ชะอม ใบบัวบก มะเขือพวง พริก ฯลฯ ซึ่งปลูกในพื้นที่กลางแจ้งรอบๆ บ้าน ไม่ได้ปลูกในโรงเรือน”

 
 
 
 

ผักสลัดในกระถางของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

ผักสลัดในถุงดำของศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดิน

กล้าผักสลัดที่เพาะไว้ในถาดหลุม

ระบบการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ที่ติดตั้งอยู่กลางแคร่

การเพาะกล้า

          เพาะกล้าลงในถาดหลุม โดยเอาดินที่หมักไว้ดีแล้วซึ่งเป็นดินชนิดเดียวกันกับที่ใช้ปลูกผัก มาใส่ถาดหลุม จากนั้นจึงนำเมล็ดที่ซื้อมาซึ่งแช่ไว้ในช่องแช่ผักของตู้เย็น มาผึ่งทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้เมล็ดปรับอุณหภูมิแล้วจึงนำเมล็ดหยอดลงไปในถาดหลุม หลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด จากนั้นใช้กระดาษทิชชูฃปิดที่ถาดหลุมเพื่อป้องกันดินกระเด็นเวลารดน้ำ พอเมล็ดผักงอกขึ้นมา ทิชชูที่ปิดทับอยู่จะยุ่ยและย่อยสลายไปเอง โดยใช้ระยะเวลาในการเพาะกล้าประมาณ 15 วัน แล้วจึงนำไปปลูกลงแปลง หลังจากลงแปลง 30 วัน จึงจะทำการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งรวมแล้วใช้เวลาปลูกทั้งหมด 45 วัน

ระบบการให้น้ำ

          ระบบการรดน้ำผักของทางศูนย์เรียนรู้บ้านเขาดินเราจะใช้การให้น้ำด้วยสปริงเกลอร์ (sprinkler) ทีมีรัศมีการให้น้ำ 1 เมตร ต่อ 1 หัว โดยวางหัวสปริงเกลอร์ (sprinkler) บริเวณกลางแคร่

การให้ปุ๋ย

          ปุ๋ยที่ใช้จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หมักเอง ซึ่งจะนำไปปั้นเม็ดไว้ เมื่อผักมีความสูงประมาณ 2-3 นิ้ว จึงใส่ปุ๋ยหมักปั้นเม็ดลงไป 3-4 เม็ด ต่อ 1 กระถาง โดยใส่แค่เพียงครั้งเดียว ส่วนน้ำหมักเพิ่มธาตุอาหารใช้ฉีดพ่นทางใบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง น้ำหมักไล่แมลงและน้ำส้มควันไม้ฉีดพ่นที่พืชสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

 

 

 

 
 

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉ.11/2560 “นวัตกรรมปลูกผักยกพื้น”

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Pin on Pinterest
Pinterest
0Print this page
Print
Email this to someone
email