ปลูกเมล่อน ระบบน้ำหยดแบบประณีต ประหยัดน้ำ ให้ผลตอบแทนสูง

“การปลูกเมล่อนซึ่งไม่ใช่พืชประจำถิ่น สำหรับผมแล้ว ผมมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยาก หากแต่เราต้องใส่ใจ รายละเอียดเยอะหน่อย ที่หลายคนบอกว่าทำยาก อาจเป็นเพราะว่าเราไม่มีประสบการณ์กับมันที่นี่มีจุดเด่น คือ เรามีแดด มีดิน มีน้ำที่ดีกว่า ทำให้เมล่อนที่หาดใหญ่สุกเร็วกว่าเมล่อนที่เชียงใหม่ อย่างแน่นอน”

คุณกฤษฎิ์ พรหมทอง

เจ้าของสวนกฤษฎิ์สมัย

เมล่อนเป็นพืชประจำถิ่นเขตร้อนที่มีต้นกำเนิดมาจากทวีปแอฟริกา แต่ประเทศที่ปลูกเมล่อนได้และมีรสชาติอร่อยเป็นที่มิรู้ลืมสำหรับคนที่หลงรักการกินเมล่อนแล้วก็ต้องเป็นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราจะพบว่าในประเทศไทยมีการปลูกเมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ และในหลายจังหวัด หลากหลายสภาพอากาศ เมล่อนขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่อ่อนไหวต่อทุกสภาพแวดล้อม ต้องดูแลไม่ต่างกับการเลี้ยงเด็กทารกเลยทีเดียว แต่นี่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนที่ต้องการจะปลูกเมล่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการปลูกเมล่อนใจกลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เมล่อน องุ่น มะเขือเทศพืชใหม่ในภาคใต้ ในระบบโรงเรือนร่วมกับการปลูกพืชใช้น้ำน้อย

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้น และร้อนมากของภาคใต้เป็นเรื่องที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะปลูกเมล่อนได้ แต่สำหรับ คุณกฤษฎิ์ พรหมทอง เจ้าของสวนเมล่อน มะเขือเทศ องุ่นไร้เมล็ดพื้นที่ 9 ไร่ครึ่ง ในเขตเทศบาลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ไม่ใช่ปัญหา

“การปลูกเมล่อนซึ่งไม่ใช่พืชประจำถิ่น สำหรับผมแล้วผมมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หากแต่เราต้องใส่ใจรายละเอียดเยอะหน่อย ที่หลายคนบอกว่าทำยาก อาจเป็นเพราะว่าเราไม่มีประสบการณ์กับมันมากกว่า เราไม่ควรมองข้ามจุดเล็กๆ รายละเอียดกับสิ่งจุกจิกนั้นไม่เหมือนกัน รายละเอียดเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ มองข้ามไม่ได้ ผมต้องการปลูกเมล่อนที่อร่อยที่สุด ดีที่สุด อย่างผมชอบกินเมล่อนของประเทศญี่ปุ่น ผมจึงต้องการปลูกเมล่อนที่อร่อย หอม นิ่ม รูปทรงสวย ซามูไร (ลักษณะการตัดขั้วเมล่อนที่คล้ายกับดาบซามูไรของญี่ปุ่นจึงมักเรียกขั้วของเมล่อนว่าซามูไร) เหมือนกับที่เคยกินที่ประเทศญี่ปุ่น ผลผลิตที่ได้อาจไม่มาก แต่ต้องได้คุณภาพมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ที่นี่มีจุดเด่น คือ เรามีแดด มีดิน มีน้ำที่ดีกว่า ทำให้เมล่อนที่หาดใหญ่สุกเร็วกว่า เมล่อนที่เชียงใหม่อย่างแน่นอน ยิ่งช่วงหน้าหนาวเราได้เปรียบ เมล่อนที่นี่จะสุกเร็วกว่าที่เชียงใหม่ 3-5 วัน ส่วนข้อเสียเปรียบเป็นเรื่องที่เราไม่รู้เท่านั้นเอง รู้ช้ากว่าเขา เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าเมล่อนในประเทศไทยปลูกได้ทุกที่ อยู่ที่ว่าคุณใส่ใจกับมันจริงๆ ไหม” คุณกฤษฎิ์กล่าว

เมล่อนปลูกในไทย รสชาติเหมือนกินที่ญี่ปุ่น

เมล่อนที่ปลูกที่สวนกฤษฎิ์สมัย เป็นสายพันธุ์ที่จดทะเบียนในชื่อของ หยกเทพ และฮิเดโกะ ซึ่งจะมีเนื้อสีเขียว และพันธุ์แสนหวานจะมีเนื้อเป็นสีส้ม พันธุ์ที่ปลูกที่นี่จะมีเนื้ออยู่ 2 สี คือ เนื้อเขียวกับเนื้อส้ม ซึ่งจะมีอายุเท่ากัน คือ 45 วัน จะแตกต่างกันที่รสชาติเท่านั้น หากเป็นเมล่อนเนื้อสีเขียว จะมีกลิ่นหอม รสหวาน และเนื้อนิ่ม แต่หากเป็นเนื้อสีส้มจะมีรสหวาน เนื้อจะแข็งกว่าเนื้อสีเขียวเล็กน้อย ปกติเมล่อนจะมีอายุการเจริญเติบโตประมาณ 45 วัน เฉลี่ยน้ำหนักต่อลูกอยู่ที่ 1.5 -1.7 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักที่ได้นี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเมล่อน หากผู้ปลูกให้ความชื้นสูงมาก ลูกเมล่อนจะใหญ่ ไม่อร่อย ดังนั้นขนาดลูกที่เหมาะสมและเนื้อหวาน อร่อยจะมีขนาดอยู่ที่ 1.5-1.7 กิโลกรัมนั่นเอง

เมล่อนในโรงเรือนลดความเสี่ยง ควบคุมโรคและแมลง

เมล่อนจะปลูกในโรงเรือนโปร่งแสง ควบคุมเรื่องโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี ที่นี่มีโรงเรือนปลูกเมล่อนทั้งหมด 8 โรง โรงเรือนละ 400 ต้น ปลูกเป็นแถวคู่ ระยะห่างระหว่างต้น 45 เซนติเมตร เมล่อนจะถูกปลูกในถุงดำขนาดให¬ญ่ปลูกวางเรียงกัน โดยใช้วัสดุปลูกที่ประกอบไปด้วย กาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน และขี้หมู 3 ส่วน ด้านหน้าโรงเรือนจะมีระบบให้ปุ๋ยแบบน้ำ ที่แยกออกเป็น 2 สูตร คือสูตร A และ สูตร B จะให้ปุ๋ยพร้อมกับน้ำในระบบน้ำหยด
เมื่อเมล่อนอายุประมาณ 10 วัน (หลังย้ายปลูก) จะต้องมีการเด็ดแขนงและใบเลี้ยงออกบางส่วน เนื่องจากหากปล่อยให้แขนงมากเกินไปจะแย่งอาหารกันและเจริ¬เติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร จากนั้นจะแต่งกิ่งเมล่อนทุก 3 วัน จนถึงแขนงที่ 9 จะเริ่มผสมดอกตั้งแต่แขนงที่ 9 เป็นต้นไป ส่วนให¬ญ่ จะผสม 3 ดอก ไม่เกินแขนงที่ 15 หลังจากผสมดอกเสร็จ เมื่อเมล่อนมีผลขนาดเท่าไข่ไก่เบอร์ 0 ให้เลือกลูกและทำการแขวนลูก และแต่งแขนงที่เหลือออกทั้งหมด หลังจากนั้นไว้ใบ 20-27 ใบ แล้วเด็ดยอดออก เลี้ยงเมล่อนไปจนกระทั่งถึงกำหนดเก็บเกี่ยวหรือ 45 วัน ที่หน้าสวนจะขายเมล่อนอยู่ที่กิโลกรัมละ 165 บาท รับรองความอร่อยจากจำนวนจองล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่ออกลูกเลย

ใช้น้ำน้อย เฉลี่ย 1.2 – 1.5 ลิตรต่อ ต่อวัน

การให้น้ำระบบน้ำหยดใน เมล่อนนี้จะเป็นการให้น้ำร่วมกับการให้ปุ๋ย ทุกครั้งที่มีการให้น้ำจะผสมปุ๋ยลงไปด้วย ซึ่งการให้น้ำในระบบนี้มีข้อดี คือ พืชมีการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ น้ำที่ให้จะถูกส่งผ่านระบบการให้น้ำแบบหัวน้ำหยด ให้น้ำ 15 นาทีต่อครั้ง วันหนึ่งจะให้น้ำ 2-4 รอบ เฉลี่ยแล้วเมล่อนจะได้น้ำต่อต้นประมาณ 1.2-1.5 ลิตร ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพของต้น ใน 1 โรงเรือนจะใช้น้ำเพียง 450 ลิตรต่อวัน ซึ่งนับว่าเป็นการให้น้ำพืชที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเมล่อนได้เป็นอย่างดี แต่การให้น้ำในระบบนี้จะมีความยุ่งยากในขั้นตอนการให้ปุ๋ย ซึ่งจะต้องคำนวณความเข้มข้นของปุ๋ยในสารละลาย ซึ่งความเข้มข้นในสารละลายที่ใช้กับเมล่อนในสวนนี้อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 EC ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีการให้น้ำเมล่อน หรือแม้กระทั่งมะเขือเทศ องุ่น หรือมะนาวนี้ก็ได้มีการจัดการการใช้น้ำได้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

ดูแลรักษาด้วยสารชีวภัณฑ์ เลือกใช้เคมีเท่าที่จำเป็น

ปัจจัยสำคัญของการปลูกพืชทุกชนิด ภูมิอากาศของพื้นที่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่น้อยซึ่งตรงนี้เองคุณกฤษฎิ์ใช้การจัดการเข้าไปช่วย เนื่องจากพื้นที่ที่ปลูกเป็นดินลูกรัง อากาศแตกต่างจากภูมิภาคอื่น ที่ภาคใต้ฝนตกชุก แดดแรงและร้อนมาก ในขณะที่ฝนตกแดดก็สามารถออกได้ เป็นตัวนำเชื้อราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์หรือศัตรูพืชก็มีมากด้วยเช่นกัน
“ก่อนที่จะปลูกเมล่อนผมตั้งใจจะปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีเลย ก็ได้ลองไปดูสวนที่เขาปลูกเมล่อน สอบถามเรื่องการดูแล เขาก็บอกผมตรงๆ ว่าทำไม่ได้ เขาลองมา 5 ปีแล้ว ในเมื่อคนยืนยันแบบนั้นแล้วเรามาลองทำเองแล้ว เราก็ต้องมาปรับตามแนวทางของเรา คือ เราจะใช้สารเคมีบ้าง แต่จะใช้เท่าที่จำเป็น ตั้งแต่การเพาะกล้าจนถึงเป็นผลแล้ว หลังจากนั้นก่อนเก็บเกี่ยวเราจะไม่ใช้สารเคมี เพื่อไม่ให้เกิดสารตกค้าง เคมีที่เราเลือกใช้นั้นเป็นสารชีวภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์เหมือนสารเคมี เช่น สารสกัดจากสะเดา หนอนตายอยาก ส่วนการปลูกองุ่นการดูแลก็จะเหมือนกับเมล่อนคือจะใช้เคมีในช่วงแรกเท่านั้น ก่อนเก็บเกี่ยวก็จะไม่ใช้แล้วเช่นกัน ส่วนมะนาวในวงบ่อ ปลูกมา 1 ปี เรารู้แล้วว่าพอทรงพุ่มเริ่มแข็งแรง ความต้านทานโรคก็จะสูงขึ้น ส่วนมะเขือเทศเขามีความแข็งแรงและต้านทานโรคในตัวเองอยู่แล้ว ตั้งแต่การเตรียมดิน เตรียมกล้า การดูแลเราใช้ชีวภาพหมด เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการทางด้านชีวภาพ เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน นี่เราก็เพิ่งเก็บตัวอย่างแมลงศัตรูพืช และกำลังรวบรวมว่าเราจะต้องใช้แมลงอะไรบ้าง” คุณกฤษฎิ์ กล่าวพร้อมพาชมสวนเมล่อน

มะเขือเทศพันธุ์สตรอเบอร์รี่

มะเขือเทศพันธุ์เชอรี่สตรอเบอร์รี่สีแดงและพันธุ์เชอรี่สีเหลืองก็ปลูกในโรงเรือนเช่นกัน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกได้ทั่วไป และปลูกกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ถูกนำมาทดลองปลูกที่หาดใหญ่เช่นกัน มะเขือเทศสายพันธุ์นี้อายุประมาณ 85-90 วัน จะเริ่มเป็นดอกประมาณ 2 เดือน และเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้หลังจากที่ลงกล้าประมาณ 3 เดือน ใช้วัสดุปลูก คือ ขุยมะพร้าว ทราย ขี้หมู ทรายจะช่วยในการระบายน้ำได้ดี ช่วยให้โครงสร้างทางกายภาพของดินร่วนซุยขึ้น ให้ปุ๋ยทางน้ำหยด ให้ปุ๋ยเคมี แต่การดูแลการกำจัดศัตรูพืชจะไม่ใช้สารเคมีเลย ผลผลิตที่เก็บได้ในรอบที่ผ่านมาก็นับว่าประสบความสำเร็จ ได้มะเขือเทศพันธุ์เชอรี่สตรอเบอร์รี่รสชาติหวานกรอบ มีความหวานเฉลี่ย 12-13 บริกซ์ เป็นที่ติดอกติดใจคนที่ได้ลิ้มลองความหวานของมะเขือเทศสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ซีสเลส ซึ่งการปลูกองุ่นที่ภาคใต้นี้สามารถทำให้ออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีการตัดแต่งและกระตุ้นให้เกิดตาดอก เนื่องจากภาคใต้ไม่มีฤดูหนาว ที่สวนแห่งนี้จะปลูกองุ่นในโรงเรือนแบบเปิด มีทั้งหมด 9 โรง มีต้นองุ่นทั้งหมด 108 ต้น แบ่งการปลูกออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 3 โรง องุ่นจะเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุประมาณ 3 เดือนครึ่งถึง 4 เดือน จึงทำให้ที่สวนแห่งนี้มีผลผลิตออกมาได้ถึงปีละ 3 ชุด และปลูกต้นมะนาวในวงบ่อไว้อีก 400 บ่อ รวม 3 สายพันธุ์ คือ แป้นพิจิตร ทูลเกล้า แป้นแม่รำไพ

เมล่อนแบบเกษตรประณีตมีผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง

ผลผลิตทุกอย่างที่ปลูกในสวนแห่งนี้ สำหรับคุณกฤษฎิ์ยังถือว่าเป็นงานทดลองอยู่ แต่เป็นการทดลองแบบเอาจริง มีศึกษาและเก็บข้อมูลการปลูก การดูแล ชนิดของศัตรูพืช และวิธีการจัดการกับศัตรูพืชด้วยสารชีวภัณฑ์เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการปลูกรุ่นต่อไป เมื่อรวบรวมองค์ความรู้ทั้งหมดได้แล้ว ครั้งต่อไปจะง่าย เพราะมีสูตรสำเร็จแล้ว

“แม้ผมจะจบเรื่องการตลาด และทำงานด้านสื่อสารโทรคมนาคม แต่ผมมีความเชื่อที่ว่า  การทำเกษตรแบบผสมผสานตอบโจทย์เรื่องการสร้างอาชีพที่มั่นคง   มีรายได้ที่แน่นอน เลี้ยงตัว ครอบครัว ลูกน้องได้อย่างแน่นอน เกษตรผสมผสานหากมองในแง่การตลาดแล้วจะมีผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง อย่างผมปลูก องุ่น เมล่อน มะเขือเทศ พืชทั้ง 3 ชนิดที่ผมเลือกปลูกนั้น มีมูลค่าในตัวเขาเองอยู่แล้ว ถ้าเรามองในแง่ของธุรกิจ คนทั่วไปปกติทำงานเช้าถึงเย็น ถ้าเราเป็นเจ้าของหรืออยากที่จะเป็นเจ้าของสวนผลไม้ หรือสวนเกษตรที่มีมูลค่าสูงก็ต้องทำงานตั้งแต่เช้าถึงเย็นเหมือนกับที่เราทำธุรกิจ เราต้องใส่ความตั้งใจ ความละเอียด และดูแลใกล้ชิด ก็จะตอบโจทย์เรื่องการทำเกษตรแบบประณีตได้ คนที่เข้ามาซื้อที่สวนก็เข้ามาดูวิธีขั้นตอนการปลูกได้ ผมบอกหมด เพราะผมอยากจะให้เขาเห็นว่ามันทำได้จริงๆ มีรายได้จริงๆ เกิดขึ้น”

ตอนนี้ผลผลิตออกมาบ้างแล้ว และขายหมดอย่างรวดเร็ว อย่างเมล่อนออกมา 3-4 รุ่น ก็ขายหมดทุกรุ่น ขายที่หน้าสวนเลย ซึ่งตอนนี้ก็มีลูกค้าทั้งจากจังหวัดนราธิวาส ยะลา สตูล และต่อไปจะทำตลาดต่างประเทศ ส่งเมล่อนไปขายยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่หากใครต้องการลองชิมเมล่อนของสวนกฤษฎิ์สมัย สามารถซื้อได้แล้วที่ร้านกาแฟดอยช้าง สนามบินหาดใหญ่

อ่านต่อได้ใน

วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ
ฉบับที่ 1/2559 การปลูกพืชใช้น้ำน้อยด้วยระบบน้ำหยด

สนใจสั่งซื้อวารสารหรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02-279-5118

วิธีการชำระเงิน

* โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ หจก.กรีนมีเดีย แอนด์ โปรดักส์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประดิพัทธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 113-4-48401-1
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน)

* ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน (สั่งจ่ายในนาม นายคมสัน หุตะแพทย์ จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์สนามเป้า 10406) (ไม่รับแบบออนไลน์)

* เช็ค สั่งจ่าย นายคมสัน หุตะแพทย์ (เช็คต่างจังหวัดเพิ่มค่าโอน 10 บาท)

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook
Facebook
7Tweet about this on Twitter
Twitter
Pin on Pinterest
Pinterest
0Print this page
Print
Email this to someone
email