เพาะเห็ดในโรงเรือนขนาดเล็กด้วยระบบควบคุมความชื้นอัตโนมัติ

          โรงเรือนเพาะเห็ดแบบน็อคดาวน์ขนาดเล็ก กินพื้นที่เพียง 3 ตารางเมตร มีลักษณะเป็นซุ้มหกเหลี่ยม ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งเป็นโรงบ่มเชื้อและโรงเปิดดอก โรงเรือนเป็นแบบถอดประกอบเคลื่อนย้ายได้ ใช้ต้นทุนในการสร้างต่ำ อายุการใช้งานนาน การจัดการไม่ยุ่งยาก เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพาะเห็ดไว้บริโภคในบ้านเรือนหรือเพาะเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัว เห็ดที่สามารถเพาะได้ดีสำหรับโรงเรือนแบบนี้ เป็นเห็ดประเภทเย็นชื้น ได้แก่ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ โดยสามารถวางก้อนเห็ดได้ไม่เกิน 900 ก้อน
          การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ถ้าเป็นเห็ดประเภทเย็นชื้นที่ชอบความเย็น อุณหภูมิต่ำต้องใช้ผ้าสแลนล้อมโรงเห็ด การให้น้ำในโรงเห็ดเพื่อปรับระดับความชื้นและลดอุณหภูมิภายในโรงเห็ดเป็นการใช้หัวพ่นหมอก 4 แฉก 1 ตัว โดยใช้ร่วมกับปั๊มแรงดันตัวเล็ก 12 V 4 A 48 วัตต์ โดยใช้กระแสไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 20 วัตต์ต่อกับแบตเตอรี่ 1 ลูก ปรากฎว่าใช้งานได้ดี

          สถานที่วางโรงเรือนควรเป็นที่ร่มใต้ร่มไม้ใหญ่หรือใต้ชายคาบ้านที่ไม่โดนแดด พื้นที่ที่วางโรงเรือนต้องไม่มีการทรุดตัว ควรใช้แผ่นอิฐมารองขาของโครงเหล็ก เมื่อตั้งโครงเหล็กแล้ว มุงหลังคาโรงเห็ดด้วยร่มพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 200 เซนติเมตร รอบๆ โรงเรือนมุงด้วยสแลนกรองแสง 5 ด้าน รวมทั้งประตูทางเข้าโรงเรือน 1 ด้าน เชือกสำหรับแขวนก้อนเห็ดแขวนได้ ด้านละประมาณ 10 แถวๆ ละ 18 ก้อน รวมทั้งหมดประมาณ 900 ก้อน การวางก้อนเห็ดให้วางก้อนเห็ดซ้อนกันในแต่ละแถว โดยให้ก้อนเห็ดเอียงปากถุงลงเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำเข้าปากถุงเห็ด

โรงเรือนเพาะเห็ดขนาด   1 ตารางเมตร

           การใช้โรงเห็ดน็อคดาวน์ขนาด 3 ตารางเมตร พบว่ามีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับ การเพาะเห็ดไว้บริโภคเองในครัวเรือนของคนเมือง เนื่องจากปริมาณเห็ดมากวางก้อนเห็ดได้ถึง 900 ก้อน จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริม จึงได้มีการพัฒนาโรงเพาะเห็ดขนาด 1 ตารางเมตรขึ้นมา พื้นที่เพียง 1×1 เมตร โรงเรือนเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยม แต่ละด้านสูง 2 เมตร โครงทำด้วยท่อแป๊ปขนาด 1 นิ้ว มีประตูปิดเปิดได้ ด้านข้างโรงเห็ดและประตูมุงด้วยสแลน หลังคาโรงเห็ดมุงด้วยร่มกันฝนหรือมุงกระเบื้อง ขนาดด้านในโรงเห็ดในแขวนก้อนเห็ดได้ 2 ด้าน ซ้ายขวา ด้านละ 5 แถวๆ ละ 10 ก้อน รวม 100 ก้อน ระบบการให้น้ำใช้หัวพ่นหมอก 4 แฉก 1 ชุดต่อกับปั๊มสูบน้ำแบบแรงดันสูง ใช้แรงดันไฟฟ้า 12 V กินไฟ 4 A หรือ 48 W ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 20 W ใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ 1 ลูก  เปิดน้ำให้ความชื้นแก่เห็ดวันละ 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น ถ้าหน้าร้อน อากาศร้อนจัด ให้เพิ่มรอบเปิดน้ำ อีก 1 รอบ ควรรักษาระดับอุณหภูมิภายในโรงเห็ดให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส หรือสูงสุดไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส การให้น้ำในโรงเห็ดวันละ 3-4 รอบโดยใช้คน หรือ การใช้เครื่องตั้งเวลา แม้จะช่วยประหยัดแรงงานและเวลา แต่ก็มักจะประสบปัญหาในการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ ให้มีความเหมาะสมตลอดเวลาต่อการออกดอกเห็ด  การให้น้ำในโรงเห็ดแบบเดิมจึงทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ได้ผลตอบแทนน้อยลง ปัจจุบันจึงมีการนำระบบควบคุมอัตโนมัติมาใช้งานในโรงเพาะเห็ด จึงนำมาประยุกต์ใช้กับโรงเพาะเห็ดน็อคดาวน์ขนาดเล็ก

หัวพ่นหมอก 4 แฉก

ปั๊มแรงดันตัวเล็ก 12 V 4 A 48 วัตต์

ระบบควบคุมอัตโนมัติสำหรับโรงเพาะเห็ดน็อคดาวน์ขนาดเล็ก

         โรงเรือนเพาะเห็ดอัตโนมัติแบบพื้นฐานจะนำบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์มาเขียนโปรแกรมควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกใช้งานในโรงเรือน โดยมีการตรวจรู้ข้อมูลสภาพแวดล้อมในโรงเรือนด้วยเซนเซอร์ ซึ่งจะเก็บข้อมูลในส่วนของอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายใน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าตัวเลขที่ได้จากเซนเซอร์ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุในโปรแกรม กล่าวคือมีอุณหภูมิในโรงเรือนสูงเกินความเหมาะสมที่เห็ดจะเจริญเติบโตได้ดีหรือความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนมีน้อยเกินไป อุปกรณ์ไฟฟ้าในโรงเรือนจะทำงาน ซึ่งในที่นี้อาจเป็นปั๊มสูบน้ำพ่นหมอกและพัดลมระบายอากาศหรือจะเป็นเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อุณหภูมิและความชื้นกลับมาอยู่ในสภาพวะที่สมดุล ระยะเวลาทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในโปรแกรม ในทางปฏิบัติคือเมื่อค่าตัวเลขที่เซนเซอร์ตรวจจับได้และส่งไปยังไมโครคอนโทรลเลอร์ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่อุปกรณ์ไฟฟ้าในโรงเรือนต้องทำงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ เรื่องการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนเพาะเห็ดเพื่อกำหนดการทำงานของปั๊มน้ำและพัดลมระบายอากาศจึงเป็นพื้นฐานในระบบโรงเรือนเพาะเห็ดอัตโนมัติ

 

เซนเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น

ตู้ควบคุม

พัดลมระบายอากาศภายในโรงเห็ด

อุปกรณ์ภายในตู้ควบคุม

การทำงานของโรงเพาะเห็ดอัตโนมัติ


          เมื่อเดินระบบควบคุมแล้วอุปกรณ์ต่างๆ จะทำงานตามหน้าที่ เมื่ออุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขที่ระบุในตัวโปรแกรม กล่าวคืออุณหภูมิไม่อยู่ในช่วงประมาณ 25-33 องศาเซลเซียส พัดลมระบายความร้อนจะเริ่มทำงานดึงอากาศร้อนที่อยู่ภายในออกจากโรงเรือน ปั๊มน้ำจะดูดน้ำผ่านท่อทางไปยังหัวพ่นหมอกเพื่อสเปรย์น้ำในโรงเรือนเพื่อลดอุณหภูมิลงให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม หรือหากความชื้นสัมพัทธ์ไม่อยู่ในช่วง 70-80 เปอร์เซ็นต์ ปั๊มน้ำก็จะสูบน้ำไปพ่นในโรงเรือนเพื่อเพิ่มปริมาณไอน้ำในอากาศให้ความชื้นสูงขึ้นเช่นกัน ค่าต่างๆ จะถูกแสดงผลบนจอ LCD ที่ติดตั้งที่กล่องควบคุมเพื่อให้เห็นข้อมูลที่ตรวจวัดจากเซนเซอร์ ณ ปัจจุบัน นอกจากนี้ปั๊มน้ำจะสูบน้ำไปยังสเปรย์น้ำในช่วงเช้าและเย็นของทุกวันด้วย

ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉ.5/2561

“เพาะเห็ดแบบมืออาชีพด้วยระบบควบคุมความชื้นและอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ”

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Pin on Pinterest
Pinterest
0Print this page
Print
Email this to someone
email