เล่าสู่กันฟัง2/2561″ปลูกผักอินทรีย์แบบมืออาชีพ”

เล่าสู่กันฟัง/คมสัน หุตะแพทย์

ปลูกผักอินทรีย์แบบมืออาชีพ

การปลูกผักอินทรีย์ หรือผักออร์แกนิค หมายถึง การปลูกผักในระบบธรรมชาติที่เน้นการใช้ธาตุอาหารในดินที่เกิดขึ้นตามกระบวนการทางธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี และไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง รวมถึงการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีทางน้ำและทางอากาศ โดยการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศน์ในแปลงผัก ดังนั้นการปลูกผักอินทรีย์จึงมิได้คำนึงถึงเฉพาะระดับความปลอดภัยในผักเท่านั้น ยังคำนึงถึงกระบวนการผลิตในระบบธรรมชาติที่เป็นการอยู่ร่วมกันและเกื้อกูลกันระหว่าง พืช มนุษย์ สัตว์ จุลินทรีย์ และความสมดุลของระบบนิเวศน์ในแปลง ดิน น้ำป่า โดยพยายามนำเข้าปัจจัยจากภายนอกให้น้อยที่สุด ดังนั้นการปลูกผักอินทรีย์แท้ที่จริงแล้ว มิใช่เป็นการผลิตที่ต้องการ
เพียงเฉพาะผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารเคมีเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผลผลิตที่มาจากแปลงการปลูกที่สร้างความสมดุลที่จะนำไปสู่แปลงเกษตรแบบยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบันมีผู้ผลิตผักอินทรีย์ออกมาจำหน่ายกันมากมาย มีทั้งที่เป็นเกษตรกร มีทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ คนชั้นกลาง นักธุรกิจ บริษัทเอกชนความเข้มข้นของการยึดถือแนวทางเกษตรอินทรีย์ในแต่ละเจ้าก็จะแตกต่างกันไป แต่ขั้นต่ำสุดที่ทุกคนจะกล่าวอ้างก็คือ การไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง บางรายก็จะมีการขอรับรองมาตรฐานอินทรีย์ แต่หลายรายก็มิได้มีการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ซึ่งหน่วยงานรับรองมาตรฐานอินทรีย์ก็มีทั้งของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเอกชน ซึ่งมาตรฐานการรับรองเกษตรอินทรีย์ของเอกชนก็จะมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าของทางราชการ
จึงได้รับการยอมรับเชื่อถือจากต่างประเทศมากกว่าเมื่อพูดถึงการปลูกผักอินทรีย์แบบมืออาชีพเพื่อการจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ก็เพิ่งขยายตัวอย่างมากในช่วง 20 ปีมานี้เอง ก่อนหน้านั้นการปลูกผักอินทรีย์เพื่อการจำหน่ายมิใช่เป็นเรื่องที่ทำกันได้ง่ายเหมือนในปัจจุบัน เนื่องด้วย 2 ปัญหาใหญ่คือ การปรับปรุงบำรุงดินและแมลงศัตรูผัก ผักที่ปลูกในที่นี้หมายถึง ผักจีน ผักเมืองหนาว ซึ่งปลูกยากกว่าผักพื้นบ้านไทย ทำให้ปลูกได้ไม่งาม และมักมีแมลงรบกวนสมัยนั้นความรู้ในเรื่องเทคนิคจุลินทรีย์ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย ยังคงใช้เทคนิคการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสดเป็นหลักส่วนสมุนไพรไล่แมลงก็มีการใช้ สะเดา ข่า ตะไคร้ ทำให้การปลูกผักอินทรีย์ได้ผลผลิตได้ไม่ดีนัก เมื่อเปรียบเทียบกับในปัจจุบันที่มีการนำเอาความรู้ในเรื่องจุลินทรีย์เข้ามาใช้ ผมยังจำได้ว่าผู้ผลิตผักอินทรีย์ในสมัยนั้นยังมีกันอยู่ไม่กี่รายที่ปลูกจำหน่าย แต่ละรายก็ปลูกกันได้ไม่มากนักเช่น พี่อำนวย ที่ จ.สุพรรณบุรี ที่ทำงานกับเครือข่ายมูลนิธิข้าวขวัญ ของพี่เดชา ศิริภัทร คุณพยงค์ ศรีทอง ที่อำเภอด่านช้าง จ.สุพรรณบุรีส่งเสริมชาวบ้านกะเหรี่ยงปลูกผักอินทรีย์ส่งกรุงเทพฯ ในระบบ CSA แล้วก็มีฟาร์มผักอินทรีย์ที่หนองจอก มีนบุรี ที่คุณเต้ย กับคุณชิมเปชาวญี่ปุ่น ทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ มีปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เป็นที่แรกๆ ในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ส่วนที่ทำเป็นแบบธรุกิจ เท่าที่เห็นเป็นเจ้าแรกๆ และทำมาอย่างต่อเนื่อง ก็ผักด็อกเตอร์ ที่ จ.ปทุมธานี. แต่การปลูกผักอินทรีย์เริ่มมามีการปลูกมากขึ้นก็หลังจากที่มีเทคนิควิธีจุลินทรีย์ อีเอ็มของคิวเซ เข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทย ต่อมาก็มีเทคนิควิธีจุลินทรีย์ท้องถิ่นของ ฮาน คิว โซ เข้ามา ก็ทำให้การปลูกผักอินทรีย์เพื่อการค้าเริ่มเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น กลุ่มสันติอโศก ซึ่งได้เรียนรู้ทั้งแนวคิดและเทคนิควิธีเกษตรกรรมธรรมชาติของฟูกูโอกะ และเกษตรกรรมธรรมชาติ
เทคนิคจุลินทรีย์ท้องถิ่นของฮาน คิว โซ เป็นกลุ่มที่เอาจริงเอาจังในการปลูกผักอินทรีย์ มีคนที่ปลูกผักอินทรีย์ที่เก่งๆ ก็หลายคน คนที่โดดเด่นที่ผมติดตามผลงานมาตลอดก็จะมี พ่อธงชนะ พรหมมิ แต่เดิมเป็นเกษตรกรปลูกผักอินทรีย์อยู่ที่ จ.ลพบุรี ต่อมาก็ย้ายไปปลูกผักอินทรีย์อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ค้นพบวิธีปลูกผักอินทรีย์ให้ประสบความสำเร็จ จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมายกระจายอยู่หลายจังหวัด อีกท่านหนึ่งก็คือ พ่อปิยะทัศน์ ทัศนิยม ที่ จ.อุบลราชธานี เริ่มปลูกผักอินทรีย์ขายใน จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันก็พัฒนาระบบการปลูกผักอินทรีย์แบบแปลงยกสูงในโรงเรือนเปิด ปลูกผักได้ตลอดทั้งปี
ปัจจุบันในประเทศไทยมีคนปลูกผักอินทรีย์มากมายหลายร้อยราย มีตั้งแต่ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร คนรุ่นใหม่ คนชั้นกลาง บริษัทธุรกิจ หลายรายก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพในการปลูกผักอินทรีย์ แต่ที่ผมหยิบยกชื่อผู้บุกเบิกในการปลูกผักอินทรีย์ของเมืองไทยขึ้นมาเล่าให้ฟัง แน่นอนว่าท่านเหล่านี้นับว่าเป็นมืออาชีพในการปลูกผักอินทรีย์ แต่ที่จะแตกต่างก็จะเห็นได้ว่า ท่านเหล่านี้มิได้คำนึงถึงผลผลิตที่ปลอดภัยอย่างเดียว ยังคำนึงถึงความสมดุลและความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม และจิตสำนึกของผู้คนทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคที่จะช่วยกันทำนุบำรุงรักษาโลกนี้ไว้ให้ลูกหลาน ตามแนวทางของเกษตรอินทรีย์ที่ได้เกริ่นนำไว้ตั้งแต่เริ่มต้น จึงจะเรียกได้ว่า เป็นผู้ปลูกผักอินทรีย์แบบมืออาชีพ

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook
Facebook
1Tweet about this on Twitter
Twitter
Pin on Pinterest
Pinterest
0Print this page
Print
Email this to someone
email