แนวทางการใช้น้ำหมักชีวภาพ ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ต้นทุนต่ำ

วรเทพ ศุภวาสน์

ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาความแห้งแล้ง การทำเกษตรมีความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบปลูกผักที่ใช้น้ำน้อย หรือใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งการปลูกผักบนดิน มักมีปัจจัยสภาพแวดล้อมหลายๆ ด้าน เช่น

  • การได้ผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ
  • การใช้สารเคมีป้องกันศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก ทั้งด้านวัชพืช โรคและแมลงศัตรูพืช เกิดผลตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อมทำ หรือถ้าใช้เป็นสารชีวภัณฑ์ก็ต้องมีการพ่นที่ค่อนข้างถี่ ทำให้เกษตรกรบางคนไม่สะดวก
  • เสียต้นทุนสูง เกษตรกรเสี่ยงต่อสภาวะขาดทุน
  • สภาพอากาศในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมาก ไม่แน่นอน ร้อนหรือหนาวจัด ทำให้การปลูกผักในดินมีปัญหา
  • เกษตรกรผู้ปลูกผักในปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยประมาณ 50 ปี จึงมีปัญหาด้านการใช้แรงงาน

การปลูกพืชไร้ดิน จึงเป็นทางเลือกในการผลิตพืชที่มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และใช้พื้นที่การผลิตไม่มาก ผักมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นกว่าการปลูกตามปกติประมาณ 7-14 วัน ผักมีลักษณะที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ สามารถกำหนดวันเก็บเกี่ยวได้แน่นอน ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้ และเป็นการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มีการใช้สารละลายธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยวิทยาศาสตร์ในการปลูกพืช ซึ่งจะส่งผลให้พืชมีการเจริญเติบโตที่ดี ในขณะเดียวกันในการทดลองหาแนวทางการใช้สารชีวภาพในการทดแทนสารละลายธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยวิทยาศาสตร์การในปลูกพืชในระบบการปลูกโดยไม่ใช้ดิน ซึ่งความเข้มข้นของธาตุอาหารในปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจะมีความเข้มข้นของธาตุอาหารหลักค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน ซึ่งพืชใช้ในการเจริญเติบโตทางลำต้นเป็นหลัก

ชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีราคาค่อนข้างสูงโดยชุดไฮโดรโปนิกส์แบบสำเร็จราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 30,000 บาท ถ้าทำเองดัดแปลงเอง แบบเป็นเหล็กก็จะเหลือประมาณ 3,000 บาท แต่ถ้าประยุกต์แบบใช้ไม่ไผ่ ก็จะเหลือราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท ซึ่งชาวบ้านสามารถทำเองได้

รศ.ดร.ชิติ ศรีตนทิพย์

เกษตรกรในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 50-55 ปี ถ้าปลูกผักลงดินก็จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ การก้มๆเงยๆลำบาก และบางช่วงจะมีปัญหา เช่นเมื่อถึงฤดูร้อนต้องรดน้ำบ่อย แต่ถ้าเป็นฤดูฝนก็จะเกิดสภาวะน้ำท่วมขังและปัญหาวัชพืช จึงทำให้การปลูกผักลงดินมีการใช้สารเคมีค่อนข้างสูงโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน รศ.ดร.ชิติ จึงได้พยายามลองให้เกษตรกรและชุมชนได้ปรับเปลี่ยนหาวิธีการมาเป็นการปลูกแบบไม่ใช้ดิน ซึ่งเกษตรกรก็สามารถทำได้ แต่ยังมีข้อกังวลว่า การปลูกผักแบบไฮโดรโปรนิคนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้วนั้นการปลูกแบบไฮโดรโปรนิคมีความปลอดภัยต่อสารเคมีกำจัดแมลง กำจัดโรค หรือพาหะ แต่ก็ยังมีการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งบางคนก็ยังมีข้อกังวลว่าปุ๋ยเคมี มีอันตรายหรือไม่ ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้อันตรายมากนัก อย่างไรก็ตามก็มีความคิดว่า ถ้าจะทำผักไฮโดรโปรนิกส์แบบออแกนิคเลยได้ไหม โดยพยายามปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำหมักจากพืช จากสับปะรด และผลไม้ต่างๆมาทดสอบ ปรากฎว่าน้ำหมักจากพืชยังมีการเจริญเติบโตช้า พืชแสดงอาการขาดธาตุไนโตรเจน จึงเปลี่ยนมาทดลองใช้เป็นน้ำหมักจากสัตว์ ซึ่งมีไนโตรเจนสูงกว่าพืชและผลไม้ ปรากฎว่าใช้ได้ดี หรือใช้น้ำของเสียจากโรงฆ่าสัตว์มาหมัก น้ำหมักจากปลา เศษปลา ไส้ปลามาหมัก

น้ำหมักจากสัตว์ใช้ได้ผลดี 

สูตรน้ำหมักจากสัตว์ มีดังนี้
อุปกรณ์
1.ถังพลาสติกขนาด 40 ลิตร 1 ใบ
2.เศษของเสีย ไม่ว่าจะเป็น เศษของเสียจากโรงฆ่าสัตว์ เครื่องใน หรือเศษปลา ประมาณ 15 กก.
3.กากน้ำตาล 1 ลิตร
4.หัวเชื้อจุลินทรีย์ 200 ซีซี
วิธีทำ
1.นำเศษของเสียจากโรงฆ่าสัตว์ เศษปลา 15 กก. ใส่ลงถังหมัก
2. เติมน้ำให้เต็มแล้วเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ 200 ซีซีและกากน้ำตาล 1 ลิตรลงไปเพื่อช่วยย่อยสลาย
3. หมักทิ้งไว้ 30-45 วัน จึงมาใช้งาน

ต้นทุนของชุดปลูก ถ้าเป็นขนาด 1 แผ่นโฟม ซึ่งกว้าง 60 ซม. ยาว 120 ซม. ต้นทุนของชุดไม้ไผ่ทั้งหมดประมาณ 1,000 บาท ถ้าทำเองจะเหลือประมาณ 200-300 บาท ซึ่งเป็นค่าพลาสติก หรืออุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ โดย 1 แผ่นโฟม จะสามารถปลูกสลัดได้ 24 ต้น หรือประมาณ 2 กก. ถ้ากก.ละ 50บาท ก็จะได้ประมาณ 100 บาท ต่อ 1 รอบการผลิต ถ้าขายย่อยจะขายอยู่ที่ 3 ต้น 10 บาท ซึ่งจะได้ราคาที่สูงกว่า แล้วแต่ชนิดพืช บางชนิดพืชก็ราคาสูง แล้วแต่ช่วงฤดูกาลผลิต ต้นทุนจริงๆ ถ้าเทียบต่อ1กิโล หากเป็นปุ๋ยเคมีจะอยู่ที่ 20 บาท ถ้าเป็นน้ำหมักที่ทำเองจะเหลือพียง 8-10 บาท แต่หากซื้อน้ำหมักจากท้องตลาดมาใช้ก็ไม่คุ้ม เพราะใช้ในปริมาณมาก ซึ่งขวดนึงก็ขายกันราคาเป็นประมาณ 100 บาท ครั้งนึงใช้ประมาณ 1 ขวด ซึ่งทำให้ต้นทุนสูง น้ำหมักอีกตัวที่ทดลองใช้เป็นน้ำหมักมูลไส้เดือน โดยประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับน้ำหมักจากสัตว์ถือว่าใกล้เคียงกัน แต่น้ำหมักมูลไส้เดือน ถ้าไม่ได้ทำเอง ต้นทุนก็จะยิ่งสูงขึ้น

สะระแหน่

ผักไผ่หรือผักแพว

ผักคาวตอง

ชุดผักพื้นบ้านไฮโดรโปนิกส์
รศ.ดร.ชิติ ศรีตนทิพย์ ได้ทดลองนำผักพื้นบ้านมาปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ เนื่องจากผักพื้นบ้านทนต่อสภาพแวดล้อม แต่จะมีปัญหาในช่วงฤดูฝนที่ผักพื้นบ้านถูกน้ำท่วมขังตาย จึงลองนำมาปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งผลค่อนข้างดี เพราะว่าพันธุ์พืชที่มักนำมาปลูกแบบไฮโดรโปนิคส่วนใหญ่ได้ถูกปรับปรุงพันธุ์มาเพื่อให้เจริญเติบโตดี ตอบสนองต่อการจัดการปุ๋ยเคมี ถ้ามาปลูกแบบออแกนิค จะทำให้โตช้า ไม่ตอบสนองต่อปุ๋ย แต่ผักพื้นบ้านนำมาทำแบบ ออแกนิค จะเจริญเติบโตค่อนข้างดีกว่ามาก
ตัวอย่างชุดไฮโดรโปนิกส์ก็จะมีหลายรูปแบบ หากไม่ได้ซื้อเป็นชุดสำเร็จมา ก็มีแบบชุดดัดแปลง ซึ่งที่ทำกันจะเป็นชุดไม้ไผ่ที่ชาวบ้านสามารถประยุกต์ใช้ได้ มีการปลูกไฮโดรโปนิกส์โดยใช้ผักพื้นบ้านเช่น สะระแหน่ คาวตอง ผักแพว มีทั้งปลูกในกะละมัง และในท่อ PVC เหตุที่นำผักพื้นบ้านมาปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เพราะพืชผักพื้นบ้านบางชนิดถ้าปลูกลงดิน จะขุดลำบาก จึงได้ลองมาปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ หากใช้น้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ย น้ำที่ผสมน้ำหมักจะมีสีออกสีน้ำตาล แต่ถ้าเป็นเคมีสีจะใส

ในอนาคตข้างหน้ากำลังมีการพัฒนาสูตรน้ำหมักชีวภาพให้มีธาตุอาหารที่เทียบเคียงกับปุ๋ยเคมีได้ หากทำสำเร็จก็จะทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างสิ้นเชิง ผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพใช้ได้เอง ลดต้นทุนในการผลิต ลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่เหลือใช้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสาเหตุในการทำลายชั้นบรรยากาศและเกิดปัญหาสภาวะโลกร้อนที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ลดปัญหาหนี้สินของเกษตรกร เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ลดปัญหาแรงงานจากชนบทหลั่งไหลสู่ชุมชนเมืองและประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อผลผลิตทางการเกษตรแบบอินทรีย์ไว้บริโภคได้มากขึ้น

สนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก รศ.ดร.ชิติ ศรีตนทิพย์ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อ.เมือง จ.ลำปาง โทร. 08 1386 9954

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02 2795118

วิธีการชำระเงิน
* โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ หจก.กรีนมีเดีย แอนด์ โปรดักส์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประดิพัทธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 113-4-48401-1
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน)

* ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน (สั่งจ่ายในนาม นายคมสัน หุตะแพทย์ จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์สนามเป้า 10406) (ไม่รับแบบออนไลน์)

* เช็ค สั่งจ่าย นายคมสัน หุตะแพทย์ (เช็คต่างจังหวัดเพิ่มค่าโอน 10 บาท)

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook72Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0Print this pageEmail this to someone