ระบบ Solar PV Rooftop บนหลังคา ผลิตไฟฟ้าขาย สร้างรายได้รายเดือน หลังแรกในประเทศไทย

ณัฐภูมิ สุดแก้ว

     ความต้องการพึ่งตนเองในเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์เป็นแรงจูงใจสำคัญของหลายคนในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ติดขัดในเรื่องค่าใช้จ่ายในระบบที่สูงอยู่ เมื่อแนวโน้มของแผงโซลาร์เซลล์ลดลงกว่าในอดีต รวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพการผลิตที่มากขึ้นกว่าเดิม ประกอบกับรัฐมีนโยบายสนับสนุนการติดตั้งด้วยการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Solar PV Rooftop ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นส่วนผลักดันให้เจ้าของที่อยู่อาศัยหลายแห่งตัดสินใจที่จะลงทุน

ในต้นปี 2558 นี้เอง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็ได้ประกาศโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ประเภทบ้านอยู่อาศัย ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เป็นโครงการรอบ 2 หลังจากที่ได้เปิดโครงการแรกไปเมื่อปี 2557 ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ที่สนใจเป็นอย่างยิ่ง โครงการในรอบสองนี้มีการคาดคะเนกันว่าจะมีผู้สนใจมาติดต่อขอเข้าร่วมโครงการมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

     คนส่วนหนึ่งวางแผนและเตรียมการที่จะติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาไว้เรียบร้อยแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่มีข้อมูลความรู้ ดังนั้นการศึกษาในรายละเอียดของระบบ Solar PV Rooftop และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการผลิตเพื่อขายในระบบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ การได้ศึกษาจากกลุ่มผู้ที่ได้รับอนุมัติและดำเนินการขายไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วในโครงการครั้งแรกก็จะช่วยให้ผู้ที่สนจจะลงทุนในเรื่องโซลาร์เซลล์บนหลังคาตัดสินใจได้อย่างมีหลักการบนพื้นฐานของความรู้และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุดเพื่อประโยชน์ในระยะยาว

“เราทำโครงสร้างบ้านเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ เราเลยคุมให้องศาของแผงโซลาร์เซลล์เอียงไปประมาณ 14 องศา และให้เอียงลาดไปทางทิศใต้ได้ น้ำหนักการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์น่าจะอยู่ทีจะประมาณ 800 กิโลกรัมสำหรับ 20 ตารางเมตร ซึ่งมันก็ไม่มาก โครงการที่ออกแบบมารับน้ำหนักได้ เราใช้แผงแบบโพลีคริสตัลไลน์ (Poly crystalline)”

 

บ้านอยู่อาศัยรายแรกของประเทศไทย ขายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งด้วยแผงโซลาร์ติดหลังคา  

     บ้านของ คุณฉัตรศรี สมมาตย์ และ คุณนิกโก Nico Stokvis ชาวเนเธอร์แลนด์ นับเป็นบ้านหลังแรกที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) และจ่ายไฟฟ้าขายในระบบสายส่งได้เป็นรายแรกในภาคกลาง รวมทั้งเป็นรายแรกในประเทศไทยในโครงการโซลาร์รูฟทอปสำหรับบ้านอยู่อาศัยนับตั้งแต่โครงการครั้งแรก ปัจจุบันขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่งของการไฟฟ้ามาได้กว่า 6 เดือนแล้ว จากกำลังการผลิตที่ 9.8 กิโลวัตต์ เป็นบ้านผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่ดำเนินโครงการสำเร็จเสร็จดีเป็นไปตามหลักการและเงื่อนไข เป็นต้นแบบที่ดีสำหรับผู้สนใจจะเข้าร่วมโครงการได้ศึกษาเป็นเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ

     “เดิมทีเรามีความรู้เรื่องระบบโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว ตามข้อมูลเรื่องโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยมานาน พยายามจะทำมาหลายปีแล้ว พอมีการเปิดโครงการช่วงปลายปี 2556 เราถึงรีบสมัครและทำได้เร็วเพราะเตรียมการไว้แล้ว มีแผนไว้อยู่แล้วว่าเราจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ช่วงนั้นบางจากมีแผ่นโซลาร์เซลล์มือสองที่เคยใช้ในโครงการของเขาซึ่งเขาต้องการขายพอดี เราก็ได้แผ่นที่เป็นแบบคุณภาพดีมาในราคาที่ไม่แพง ตอนนั้นก็อยู่ที่ 4,000 บาทต่อแผง” คุณฉัตรศรีตอบคำถามที่ว่าทำไมถึงติดตั้งเสร็จและดำเนินการขายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งเป็นรายแรกได้

 

“สำหรับการลงทุนในโครงการแรกสำหรับบ้านหลังเดียวอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าบาท ทั้งการทำโครงรับ แผงโซลาร์เซลล์มือสอง อินเวอร์เตอร์และชุดอุปกรณ์ทั้งหมด แต่สำหรับบ้านหลังใหม่เราจะใช้แผ่นโซลาร์เซลล์ใหม่ ใช้แผ่นที่มีศักยภาพการผลิตมากกว่าเดิม ในเยอรมันมีการนำแผ่นไปทดสอบแล้วก็ดูศักยภาพการผลิตว่าเป็นเท่าไรในรอบ 25 ปี เราก็เลือกระดับ Top Ten เอาที่ค่าการผลิตดีมาก เราเลือกยี่ห้อและรุ่นที่ได้การรับรอง มันก็เลยจะแพงกว่าเป็นหลังละประมาณ 5 แสนบาทรวมค่าติดตั้งทุกอย่างแล้ว” คุณฉัตรศรีกล่าวถึงการลงทุนระบบ

สร้างบ้านเพื่อรองรับระบบโซลาร์รูฟ ควบคุมองศาและทิศของแผงโซลาเซลล์ที่เหมาะสมได้

     ลักษณะการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่บ้านคุณฉัตรศรีและคุณนิกโกเป็นรูปแบบของการทำโครงเหล็กขึ้นมารองรับน้ำหนัก ประกอบอะลูมิเนียมเฟรมสำหรับยึดตัวแผงเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกติดตั้งในหลังคาที่เป็นลักษณะของดาดฟ้า โดยที่บ้านถูกวางแผนสร้างขึ้นในแบบที่แนวอาคารยาวไปทางทิศเหนือใต้อยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้การจัดวางแผ่นโซลาร์เซลล์เป็นไปตามหลักการสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างประเทศไทย รวมไปถึงการที่ไม่ถูกความเอียงของหลังคาเป็นตัวบังคับองศาของแผงที่ติดตั้งภายหลัง การทำโครงขึ้นมาใหม่บนดาดฟ้าจึงช่วยควบคุมองศาของแผงให้เอียงได้ตามที่ต้องการ
“เราทำโครงสร้างบ้านเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ เราเลยคุมให้องศาของแผงโซลาร์เซลล์เอียงไปประมาณ 14 องศา และให้เอียงลาดไปทางทิศใต้ได้ น้ำหนักการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์น่าจะอยู่ทีจะประมาณ 800 กิโลกรัมสำหรับ 20 ตารางเมตร ซึ่งมันก็ไม่มาก โครงการที่ออกแบบมารับน้ำหนักได้ เราใช้แผงแบบโพลีคริสตัลไลน์ (Poly crystalline)แม้ว่าโมโนคริสตัลไลน์ (Mono Crystalline) จะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ราคามันต่างกันเยอะ อีกอย่างตอนนี้แบบโพลีคริสตัลไลน์ก็ทำคุณภาพดีขึ้นมากแล้ว” คุณนิกโกชาวเนเธอแลนด์ที่คลุกคลีการเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ที่บ้านเกิดมานานอธิบายถึงลักษณะการติดตั้งบนหลังคาให้ฟัง

      พื้นที่การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้าของคุณนิกโกและคุณฉัตรศรีจากกำลังการผลิต 9.8 กิโลวัตต์ แบ่งพื้นที่ดาดฟ้าออกเป็น 2 ฟาก สำหรับบ้าน 2 หลัง แต่ละฟากจะมีชุดโครงเหล็ก อะลูมิเนียมเฟรม และแผ่นโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ กล่องควบคุมโดยแยกกันต่างหาก ฟากหนึ่งจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ขนาดกว้าง x ยาว x หนา เท่ากับ 1 เมตร x 2 เมตร x 50 มิลลิเมตร จำนวน 35 แผง ประกอบกันเป็น 5 แถว แถวหนึ่งจัดวางได้ถึง 8 แผ่น กำลังการผลิตต่อแผงเท่ากับ 280 วัตต์ ดังนั้น 35 แผง x 280 วัตต์ เท่ากับ 9,800 วัตต์ หรือ 9.8 กิโลวัตต์ ในจำนวนแผง 35 จะแบ่งส่วนเพื่อต่อวงจรเข้าสู่อินเวอร์เตอร์ 2 ตัว ซึ่งจะทำเป็นโดมสี่เหลี่ยมกันแดดกันฝนไว้ที่กึ่งกลางดาดฟ้าเพื่อเก็บชุดควบคุมและอินเวอร์เตอร์ไว้ภายใน บนดาดฟ้าจึงมีแผ่นโซลาร์เซลล์ทั้งหมด 70 แผง ที่ผลิตไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง มีชุดอินเวอร์เตอร์ทั้งหมด 4 ตัว ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับจ่ายผ่านมิเตอร์เข้าสายาส่ง

ลงทุนด้วยแผงโซลาร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการทดสอบคุณภาพ คุ้มค่าในระยะยาว

สำหรับรายที่ได้เข้าโครงการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2556 จะมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 6.96 บาทต่อหน่วย ซึ่งคุณฉัตรศรีและคุณนิกโกจะมีรายรับจากการขายไฟฟ้าต่อบ้าน 1 หลังอยู่ที่ 8,000-9,000 บาท ดังนั้นจากโครงการแรกที่เข้าร่วม 2 หลังนั้น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเจ้าของบ้านจึงมีรายได้ราวแสนกว่าบาทแล้ว ดังนั้นระยะเวลา 4-5 ปีก็จะคืนทุน แต่ในโครงการใหม่ที่เปิดจะมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าลดลงไปอยู่ที่ 6.85 บาทต่อหน่วย แต่ทั้งนี้ก็ยังถือว่าเป็นอัตรารับซื้อที่จูงใจให้เจ้าของที่อยู่อาศัยหลายรายเข้าร่วมโครงการอยู่ สัญญายังคงอยู่ที่ 25 ปี เช่นเดิม ซึ่งทางคุณฉัตรศรีและคุณนิกโกก็วางแผนที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อทำระบบผลิตสำหรับบ้านอีกหลังหนึ่งด้วย

“สำหรับการลงทุนในโครงการแรกสำหรับบ้านหลังเดียวอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าบาท ทั้งการทำโครงรับ แผงโซลาร์เซลล์มือสอง อินเวอร์เตอร์และชุดอุปกรณ์ทั้งหมด แต่สำหรับบ้านหลังใหม่เราจะใช้แผ่นโซลาร์เซลล์ใหม่ ใช้แผ่นที่มีศักยภาพการผลิตมากกว่าเดิม ในเยอรมันมีการนำแผ่นไปทดสอบแล้วก็ดูศักยภาพการผลิตว่าเป็นเท่าไรในรอบ 25 ปี เราก็เลือกระดับ Top Ten เอาที่ค่าการผลิตดีมาก เราเลือกยี่ห้อและรุ่นที่ได้การรับรอง มันก็เลยจะแพงกว่าเป็นหลังละประมาณ 5 แสนบาทรวมค่าติดตั้งทุกอย่างแล้ว” คุณฉัตรศรีกล่าวถึงการลงทุนระบบ

     คนส่วนหนึ่งเมื่อเห็นประโยชน์ในโครงการที่จะช่วยสร้างรายได้โดยที่อาศัยพลังงานธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์ทำงานให้จึงอยากเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งพบว่าแผ่นโซลาร์เซลล์มีระดับราคาตั้งแต่งแพงไปจนถึงถูก อินเวอร์เตอร์ก็มีความต่างของราคาเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจที่จะเลือกแบบราคาถูกเพื่อจะลดต้นทุนของตนเองโดยไม่ได้พิจารณาปัจจัยอื่น รวมไปถึงหวังว่าจะคืนทุนได้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับคุณนิกโกและคุณฉัตรศรีที่มีประสบการณ์การติดตั้งและจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว รวมทั้งศึกษาข้อมูลมาโดยละเอียด เมื่อถามถึงประเด็นนี้ทั้งคู่ก็ให้ความเห็นแนะนำ
“ถ้าเปิดดูเว็บไซต์ของเยอรมันจะมีการทดสอบแผงโซลาร์เซลล์แต่ละยี่ห้อและรุ่น ถ้าคิดจะเลือกซื้อแผ่นที่ราคาถูก คุณภาพมันก็จะไม่ดี ศักยภาพการผลิตจะไม่ดี และจะลดลงไปในรอบ 25 ปี ที่เราซื้อของถูกแล้วอาจคิดว่าเป็นการประหยัดเงินแต่จริงๆ แล้วไม่เลย คุณประหยัดเงินกับเรื่องนี้ในวันนี้ คุณจะสูญเสียเงินในวันต่อๆ ไป นอกจากแผ่นโซลาร์เซลล์แล้ว เขาก็มีการตรวจสอบตัวอินเวอเตอร์ยี่ห้อต่างๆ ด้วย เราควรเข้าไปตรวจเช็คก่อนจะลงทุนเพราะมันเป็นการลงทุนระยะยาว อันที่ผ่านการทดสอบแล้ว เราก็จะรู้ได้ว่ายี่ห้อไหนรุ่นไหนศักยภาพการผลิตดี ศักยภาพการผลิตมันลดลงบ้างตามธรรมดา แต่ก็ลดลงในปริมาณที่น้อยในช่วง 25 ปี” คุณนิกโกแนะนำด้วยความห่วงใย

อินเวอเตอร์อุปกรณ์สำคัญในการแปลงไฟฟ้าขาย แบบคุณภาพสูงตรวจเช็คการทำงานย้อนหลังได้

    สำหรับอินเวอเตอร์ในระบบสำหรับโครงการแรกทั้งคู่เลือกอินเวอร์เตอร์สัญชาติฟินแลนด์ที่ราคาสูงแต่คุณภาพดี โดยใช้ 2 ตัวต่อแผ่นโซลาร์เซลล์ 35 แผง เหตุที่ต้องแบ่งส่วนกันเพราะอินเวอร์เตอร์แต่ละตัวมีขีดจำกัดในการรองรับกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะมาแปลง แต่ทั้งนี้กับระบบใหม่ในอนาคตเจ้าของบ้านก็จะเลือกอินเวอเตอร์ตัวเดียวที่มีการพัฒนาใหม่ให้รองรับไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ปริมาณมากได้เสร็จสรรพไปเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าใช้อินเวอร์เตอร์ตัวเดียวการจัดการและดูแลรักษาจะง่ายกว่า ซึ่งการใช้อินเวอร์เตอร์คุณภาพดีมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเจ้าของบ้านอย่างมากในการตรวจเช็คข้อมูลย้อนหลังต่างๆ ซึ่งคุณนิกโกได้แจกแจงให้เห็นในห้องควบคุมถึงการย้อนดูข้อมูลการผลิตที่ผ่านมาซึ่งแสดงทั้งในรูปตัวเลขและกราฟ เพื่อที่จะตรวจสอบศักยภาพการผลิตไฟฟ้าและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้
     “พอเราใช้อินเวอเตอร์ที่ราคาสูง มีคุณภาพ มันจะช่วยเราตรวจสอบได้ เดือนหนึ่งก็ขึ้นมาดูที มันก็จะเก็บข้อมูลว่ามี Errer บ้างไหม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้า Errer อย่างไร เราก็ไปดูในคู่มือ ถ้าในคู่มือไม่มีเราก็สามารถโทรไปถามเขาได้ ถ้ารู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่เราสับสวิตช์แล้วเรียกช่างมาตรวจ ของดีระบบมันปลอดภัยเพราะถ้ามันมีปัญหามันก็ตัดระบบตัวเองได้ มันไม่เหมือนของราคาถูกคุณภาพไม่ดีที่ตรวจเช็คหรือแสดงผลไม่ได้เลย ถ้าระบบของอุปกรณ์ที่เราใช้มันดีเราก็จะไม่ปวดหัว เพราะเราเคยใช้ของไม่ดีมาซึ่งมันมีปัญหาเรื่องแรงดันไฟฟ้าไม่เสถียร เราแก้ปัญหาเองไม่ได้ ถามช่างเขาก็แก้ไม่ได้ อีเมลล์ถามไปที่ประเทศต้นสังกัดก็แก้ไม่ได้” คุณฉัตรศรีสำทับในเรื่องของคุณภาพอุปกรณ์
อุปกรณ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก กล่าวคือแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายโดยรวมมากรหรือน้อยขึ้นอยู่ที่เจ้าของระบบจะเลือก ซึ่งทางการไฟฟ้าไม่ได้บังคับว่าจะเป็นยี่ห้อใด รุ่นใด หรือผลิตจากประเทศใด เพียงแต่มีการตรวจสอบและทำรายละเอียดแนะนำยี่ห้อและรุ่นที่ผ่านมาตรฐานให้ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่น่าเป็นห่วงหากซื้อในประเทศไทย เพราะผู้นำเข้าส่วนใหญ่ตั้งใจนำเข้าเพื่อจะขายในโครงการนี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงเลือกที่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ อีกทั้งในเงื่อนไขก็ไม่ได้กำหนดว่าแผงโซลาร์เซลล์ต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันทั้งหมดในระบบ ยังมีการแนะนำถึงว่าหากมีการใช้อินเวอเตอร์ 2 ตัว การเชื่อมต่อแผงโซลาร์เซลล์อาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนแต่ละส่วนต่างยี่ห้อกันเพื่อที่เจ้าของระบบสามารถตรวจสอบศักยภาพการผลิตจริงได้ด้วย

     ในระบบแม้มีหลายยี่ห้อหลายรุ่นคละกัน เมื่อแผ่นเกิดการเสียหายในอนาคตแล้วต้องเปลี่ยนก็ต้องใช้ยี่ห้อและรุ่นเดิม หากจำเป็นต้องเปลี่ยนยี่ห้อหรือรุ่นต้องมีการทำหนังสือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ทันที อีกทั้งติดตั้งจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่กำลังการผลิตเท่าไรตามสัญญาแล้ว ห้ามมีการเพิ่มจำนวนแผงภายหลัง ดังนั้นการลงทุนติดตั้งที่กำลังการผลิตเท่าไรต้องวางแผนให้ดีตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่จะติดตั้งกันอยู่ที่ 8-10 กิโลวัตต์ ข้อกำหนดมีเพียงติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ไม่บังคับขั้นต่ำกำลังการผลิตที่ติดตั้ง ที่ผ่านมามีการรายงานถึงว่าผู้ผลิตไฟฟ้าขายบางรายติดตั้งระบบผลิตที่กำลังการผลิตต่ำๆ อย่างประมาณ 3.36 กิโลวัตต์ หรือ 1.4 กิโลวัตต์ก็มี

 

กระบวนการยื่นเรื่องจนถึงขายไฟฟ้าได้อยู่ภายใน 1 ปี การชำระเงินแก่ผู้ผลิตมีระบบระเบียบ

ในส่วนของต่างจังหวัดจะเริ่มจากเรายื่นใบสมัครที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในส่วนขอคุณนิโกและคุณฉัตรศรีซึ่งอยู่ในพื้นที่พัทยาเล่าว่าเริ่มตั้งแต่ยื่นเอกสารที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต2 ภาคกลาง ชลบุรี ซึ่งจะส่งเอกสารทั้งหมดไปที่การไฟฟ้าที่กรุงเทพเพื่ออนุมัติ เมื่ออนุมัติเสร็จจะประกาศในหน้าเว็บไซต์ หลังจากนั้นสัก 10 วัน จึงไปรับสัญญาตัวจริงที่ กฟภ.ชลบุรี ถัดมาต้องไปติดต่อ  กกพ. (คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) เพื่อให้ได้รับใบยกเว้นการเป็นโรงงาน ตามจริงยื่นที่ กกพ.ที่ชลบุรีได้ แต่สามารถลัดขั้นตอนโดยไปยื่นกับ กกพ.ที่กรุงเทพได้ เมื่อผ่านกระบวนการนี้จะได้เอกสารมาใบหนึ่ง เอกสารใบนี้จะนำไปให้ที่ กฟภ. เจ้าหน้าที่จะนัดวันมาตรวจระบบ ซึ่งต้องติดตั้งให้เรียบร้อย ถ้าตรวจผ่านเจ้าหน้าจะมาติดมิเตอร์สำหรับขายไฟฟ้า หลังจากนั้นจึงนัดวันทำ COD(สัญญาซื้อขายไฟฟ้า) เป็นอันเสร็จสิ้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 1 ปี พอดี

“ตอนที่เขามาตรวจเช็คระบบมีเจ้าหน้าที่มาถึง 15-16 คน อาจเป็นเพราะบ้านเราเป็นหลังแรกที่ได้ขายไฟฟ้าเข้าสายส่งการไฟฟ้าในโครงการโซลาร์รูฟทอป เจ้าหน้าที่มาจากทั้งกรุงเทพ ชลบุรี บางละมุง มาถึงก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรยังไง เพราะมันเป็นหลังแรก เขาก็มาประชุมวางแผนกันที่นี่แล้วก็มาตกลงกันได้ที่นี่ สิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกเก็บจากเราจะมีแค่ค่ามิเตอร์สำหรับขายไฟฟ้า 10,000 บาท นอกนั้นเป็นส่วนที่เราต้องลงทุนเอง ในส่วนการจ่ายเงินแก่ผู้ผลิตไฟฟ้าแต่เดิมมิเตอร์ซื้อกับมิเตอร์ขายเขาจะมาจดคนละวัน ตอนนี้ก็มาจดวันเดียวกัน เขาจะมาทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยจะโทรมานัดเราก่อน มีเอกสารให้เซ็นรับ พอหลังจากเช็คออกก็จะโทรมาบอกเรา ซึ่งไม่เกิน 12-13 วัน เราไปรับเช็คที่พัทยา เพราะมิเตอร์ไฟขึ้นกับพัทยา ตอนนี้ยังเป็นรูปแบบรับเช็คเองอยู่ แต่ต่อไปเขาว่าจะเป็นระบบโอนเงินเข้าบัญชีซึ่งก็จะสะดวกขึ้น” คุณฉัตรศรีแจกแจงเรื่องการชำระเงินของการไฟฟ้าแก่ผู้ผลิตไฟฟ้าขายเข้าสายส่ง

     มิเตอร์ขายไฟฟ้าที่คุณฉัตรศรีและคุณนิกโกพาไปชมจะติดตั้งอยู่ข้างบ้าน ติดตั้งอยู่กับเสาไฟฟ้าโดยที่อยู่ใกล้กับห้องควบคุมที่ติดตั้งอินเวอเตอร์ไว้ สายไฟฟ้าจึงโยงถึงกันในระยะทางที่ไม่ไกล ก่อนที่จะเชื่อมกับมิเตอร์ขายไฟฟ้าเข้าสู่สายไฟฟ้าที่ทอดยาวไปยังหม้อแปลงของการไฟฟ้าที่ทำหน้าที่จ่ายไฟมายังบ้านและที่อยู่อาศัยในละแวกนั้นๆ ในระบบนี้ เจ้าของบ้านเปิดมิเตอร์และชี้ให้เห็นว่าวันนี้ผลิตไฟฟ้าไปได้เท่าไรแล้ว

    ทั้งนี้มิเตอร์ที่ตรวจวัดปริมาณการขายไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จะแยกต่างหากจากมิเตอร์ไฟฟ้าที่เจ้าของบ้านซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้า โซลาร์เซลล์บนหลังคาจึงทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายโดยจ่ายเข้าสู่ระบบสายส่งเพียงอย่างเดียว ไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่ถูกใช้งานกับโหลดทางไฟฟ้าภายในบ้านเลย เพียงแต่อุปกรณ์อินเวอเตอร์จะใช้อาศัยไฟฟ้าจากบ้านมาเลี้ยงระบบอยู่บ้าง ซึ่งมิเตอร์ขายจะเป็นมิเตอร์แบบ 2 ทาง โดยจะวัดทั้งหน่วยที่จ่ายไฟเข้าไปเลี้ยงอินเวอเทอร์และวัดหน่วยที่ขายไฟออกมา ตอนคิดเงินจะเอาหน่วยทั้ง 2 ส่วนนี้มาลบกัน โดยเอาหน่วยที่ขายไฟฟ้าลบกับหน่วยที่ดึงไฟฟ้าเข้าไปใช้จะได้หน่วยสุทธิที่จะนำไปคูณกับราคาขายต่อหน่วยได้ผลลัพธ์เป็นรายได้ที่ผู้ขายไฟฟ้าจะได้รับ

    โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ประเภทบ้านอยู่อาศัย สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มให้ครบ 100 เมกะวัตต์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านที่มีศักยภาพในการติดตั้งระบบสามารถหารายได้จากพลังงานธรรมชาติได้อย่างไม่ต้องลงแรงอะไรมากในระยะเวลา 25 ปี เรียกว่าผูกเปลนอนอยู่ใต้แผงโซลาร์เซลล์รอรับค่าตอนแทนการขายไฟฟ้าทุกสิ้นเดือนได้เลย บ้านใดมีงบประมาณและศักยภาพในการติดตั้งเพื่อผลิตมากก็ยิ่งได้ผลตอบแทนมากทวีคูณ โอกาสคืนทุนก็จะเร็ว หลังจากนั้นก็เป็นกำไร คิดไปไกลกว่าประโยชน์ที่เป็นตัวเงินที่ผู้ลงทุนระบบผลิตคือรูปแบบนี้เป็นการอาศัยระบบผลิตในหน่วยย่อยๆ มาระดมผลิตไฟฟ้าเพื่อเติมเต็มความต้องการไฟฟ้าโดยรวม หากทั่วประเทศมีหน่วยผลิตย่อยเหล่านี้มากขึ้นเท่าไร เท่ากับเราพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นเท่านั้น “ถ้าบ้านที่อยู่อาศัยทำแบบนี้ได้ 25 % เราก็ไม่ต้องไปสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก” คำกล่าวทิ้งท้ายของคุณฉัตรศรีผู้เป็นหนึ่งแรงในการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาเซลล์บนหลังคาให้ส่วนกลางเป็นใจความสำคัญที่ดีที่สุด

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ คุณฉัตรศรี สมมาตย์ บ้านเลขที่ 6/11 ม.4 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อีเมลล์ chartsria@yahoo.com

ขอขอบคุณ คุณฉัตรศรี สมมาติ และคุณนิกโก ที่สละเวลาให้สัมภาษณ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และอำนวยความสะดวกแก่ทีมงานเป็นอย่างดี

ระบบโซลาร์เซลล์ติดตั้งบนหลังคา

  เป็นรูปแบบการติดตั้งบนบ้านที่ไม่ใช่ลักษณะหลังคากระเบื้องที่มีความลาดเอียงจำเพาะ แต่เป็นลักษณะหลังคาที่เป็นดาดฟ้า ซึ่งทำให้สามารถสร้างโครงขึ้นมารองรับให้ได้ทิศทางและความเอียงที่เหมาะสมเพื่อศักยภาพในการผลิตสูงสุดได้ ซึ่งเจ้าของบ้านใช้พื้นที่สองฟากของดาดฟ้าตามแนวยาวเป็นพื้นที่สำหรับทำโครงเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้าน 2 หลัง โดยพื้นที่ตรงกลางสร้างเป็นโดมสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเพื่อเก็บชุดอินเวอเตอร์ของระบบโซลาร์เซลล์ของบ้านทั้งสองหลังไว้ภายใน ซึ่งมีระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก รวมถึงมีชุดส่งคลื่นเสียงสำหรับไล่หนูและจิ้งจกพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อกันสัตว์เข้าไปรบกวนอุปกรณ์ในห้องควบคุม

รายละเอียดแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้

  แผงโซลาร์เซลล์แบบโพลีคริสตัลไลน์ ขนาดกำลังการผลิต (Pmax) เท่ากับ 280 วัตต์ ค่ากระแสไฟฟ้า (Imp) เท่ากับ 7.95 แอมแปร์ ค่าแรงดันไฟฟ้า (Vmp) เท่ากับ 35.2 โวลต์ น้ำหนัก 27 กิโลกรัมต่อแผง ขนาดยาว x กว้าง x หนา เท่ากับ 1956 x 992 x 50 มิลลิเมตร

ลักษณะการติดตั้ง

   สร้างโครงเหล็กเป็นฐานรองรับ โดยที่โครงเหล็กมีเสาเหล็กจำนวน 9 เสา ตั้งเสาเป็น 3 แถว แถวละ 3 ต้น เสาในแต่ละแถวจะมีขนาดไม่เท่ากัน ความสูงของเสาจะมี 3 ระดับ เพื่อที่เมื่อตั้งแผ่นโซลาร์เซลล์ด้านบนจะทำให้มีความเอียงอยู่ที่ประมาณ 14 องศา บนเสา 9 เสาที่ตั้งจะมีเหล็กพาดอีกขั้นหนึ่งเป็นขอบรูปสี่เหลี่ยม อีกทั้งมีเหล็กพาดเป็นกากบาทไปยังเสากลางเพื่อรับการถ่ายเทน้ำหนัก บนเหล็กกากบาทจะมีเหล็กขนาดเล็กกว่าพาดไปตามแนวยาวอีก 3 จุด ถัดขึ้นไปจะติดตั้งอะลูมิเนียมเฟรมจำนวน 10 เส้น พาดขวางแนวยาวของฐานโครงเหล็กสำหรับยึดแผ่นโซลาร์เซลล์ โดยแผ่นโซลาร์เซลล์ 1 แถวจะประกอบทับอะลูมิเนียมเฟรม 2 เส้นที่ยึดขวางแนวยาวของฐานโครงเหล็กอยู่

จำนวนการติดตั้งและศักยภาพการผลิต

    จำนวนการติดตั้งจะอยู่ที่ 35 แผงต่อบ้าน 1 หลัง ติดตั้งแผงขนาด 280 วัตต์ ต่อแบบอนุกรม ดังนั้นกำลังการผลิตจะอยู่ที่ 280 วัตต์ X 35 แผง เท่ากับ 9,800 วัตต์ หรือ 9.8 กิโลวัตต์ต่อบ้าน 1 หลัง มีชุดอินเวอร์เตอร์สำหรับแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับแบ่งรับไฟฟ้าจากแผงอยู่ 2 ตัว เป็นอินเวอเตอร์แบบ 1 เฟส (Single Phase)เนื่องจากบ้านที่ติดตั้งใช้ไฟฟ้าแบบ 1 เฟส อินเวอเตอร์จึงต้องเป็นแบบ 1 เฟสด้วย ทั้งนี้ชุดโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้าจะมีการติดตั้งอยู่ 2 ฟากของดาดฟ้าสำหรับบ้าน 2 หลัง ดังนั้นจึงมีแผ่นในระบบขายไฟฟ้าเข้าสายส่งทั้งหมด 70 แผง และมีชุดอินเวอร์เตอร์รวม 4 ชุด

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02 2795118

วิธีการชำระเงิน
* โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ หจก.กรีนมีเดีย แอนด์ โปรดักส์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประดิพัทธ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 113-4-48401-1
(กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน)

* ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน (สั่งจ่ายในนาม นายคมสัน หุตะแพทย์ จ่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์สนามเป้า 10406) (ไม่รับแบบออนไลน์)

* เช็ค สั่งจ่าย นายคมสัน หุตะแพทย์ (เช็คต่างจังหวัดเพิ่มค่าโอน 10 บาท)

กดแชร์ได้เลยค่ะ 🙂Share on Facebook0Tweet about this on TwitterPin on Pinterest0Print this pageEmail this to someone